ฉินเยว่ได้ยินเสียงพ่อดังมาจากอีกฝั่งสาย
น้ำเสียงแฝงความจนปัญญาและโศกเศร้า ดูเหมือนจะมีร่องรอยของความขุ่นเคือง เหมือนหญิงสาวที่ไม่พอใจที่ถูกทิ้งไว้ในวังหลังอย่างโดดเดี่ยว
จู่ๆ ฉินเยว่ก็ถอนหายใจ พูดกับจี้หรูอวิ๋นว่า “เขางานยุ่งมาก เดี๋ยวนี้ทุกต้นเดือนเราสองคนจะมีกิจกรรมร่วมกันเพียงอย่างเดียว คือนั่งดูตารางงานด้วยกัน และเริ่มหาจุดที่ไม่เหมือนกันในตารางเวร ชีวิตลำบากมากนะคะ!”
จี้หรูอวิ๋นเองก็ยิ้ม “เอาเถอะ เยว่เยว่ ลูกถือว่าโชคดีแล้ว! ลูกรู้ไหมว่าทำไมพ่อของลูกถึงไม่ไปเป็นศัลยแพทย์!”
ฉินเยว่อึ้งงันไป คำถามนี้เธอเหมือนว่าเธอจะไม่เคยคิด “ทำไมเหรอคะ”
จี้หรูอวิ๋นนึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้นแล้วไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ตอนเราสองคนคบกัน พ่อของลูกเพิ่งเข้าไปทำงานในแผนกได้ไม่นาน พ่อของลูกไม่เก่งเรื่องกายวิภาค ดังนั้นงานในทุกๆ วันของแม่ก็คือการเป็นนางแบบให้กับเขา คนอื่นเวลามีความรักเวลาอยู่ด้วยกันต่างหวานชื่น แต่เวลาเราสองคนอยู่ด้วยกัน เขาเอาแต่ดูกล้ามเนื้อสเตอร์โนไคลโดมาสตอยด์ของแม่ ทบทวนจุดเจาะหลอดเลือดของเขา! ตอนนั้นแม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่หุ่นที่ไร้อารมณ์! แต่พ่อของลูกไม่ค่อยเก่งเรื่