นหรือไฝ
เมื่อเหล่าหม่าเห็นเช่นนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความงุนงง
พยาบาลหยางเจี๋ยและเสี่ยวเคอจ้องมองมือและเท้าของผู้ป่วยด้วยความสงสัย
ทว่าพยาบาลฝึกหัดคนหนึ่งพูดขึ้นเบาๆ ว่า “ดูปากของเขาสิ บนริมฝีปากก็มีเหมือนกัน”
ตอนนี้ทุกคนหันไปมองอย่างละเอียด จึงพบว่าบนริมฝีปากของโจวเจิ้งมีไฝเม็ดดำๆ เล็กๆ อยู่
แม้จะมองข้ามได้ง่าย แต่เมื่อเชื่อมโยงกับอาการที่มือและเท้า เฉินชางก็นึกถึงสิ่งแปลกๆ ขึ้นมาอย่างหนึ่ง
แต่สิ่งนั้นไม่น่าจะทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรงขนาดนี้ได้!
เฉินชางพูดกับเสี่ยวเคอว่า “ไปตามหมอจางมาทำอัลตราซาวด์ทีครับ”
เสี่ยวเคอพยักหน้า
ส่วนเหล่าหม่าจ้องหน้าเฉินชางแล้วถาม “เฉินชาง เกิดอะไรขึ้น”
เฉินชางส่ายหน้า “ผู้ป่วยน่าจะมีโรคประจำตัว แต่… ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกับอาการปวดท้องหรือเปล่าครับ”
พอได้ฟังแล้วเหล่าหม่าก็รู้สึกงุนงง แต่ยังไม่ทันได้ถามต่อ แพทย์เวรจากแผนกอายุรกรรมและศัลยกรรมก็วิ่งเข้ามา
เฉินชางอยู่เวร พยาบาลโทรเรียกพวกเขามา จากนั้นแพทย์เวรสายหนึ่ง สายสอง ก็ตามกันมาประมาณสี่ห้าคน
ทุกคนเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
เมื่อเห็นเฉินชาง พวกเขาต่างก็พยักหน้าทักทาย
“สวัสดีครับศาสตราจารย์เฉิน!”
“สว