จู่ๆ เฉินชางก็รู้สึกว่าจำเป็นต้องมีการเก็บภาษีการคุยโม้ด้วย!
เหล่าหม่าคุยโม้เรื่องเขาขนาดนี้ ทำให้ภายในใจเฉินชางเกิดความปั่นป่วนอยู่บ้าง
เวลาสองสามชั่วโมง แต่พอออกจากปากผู้ชายคนนี้กลับกลายเป็นเจ็ดแปดชั่วโมงไปได้
ไหนจะบอกว่าถานเจิ้งหยางเป็นลมไปอีก…
ถ้าคำพูดพวกนี้แพร่ไปถึงหูของผู้อำนวยการเสี้ยวเข้า ตนคงได้เป็นลมแทนแน่นอน
ก็แค่มีการไปมาหาสู่ตอบโต้กันจนทั้งสองฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ต้องการเท่านั้น
ใช่การได้หน้าไม่ได้หน้าอะไรเสียที่ไหน!
ศักดิ์ศรีหน้าตางั้นเหรอ
ถ้าเกิดของแบบนั้นมีค่าพอจริงๆ เฉินชางคงไม่เผชิญสถานการณ์แบบนี้แต่แรก
ไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการเสี้ยวหรือว่ารัฐมนตรีเฉาอวี๋…ถ้าเป็นเมื่อก่อน อย่าว่าแต่คนระดับนี้จะมารอตนด้วยตัวเองเลย ตนอยากจะพบสักครั้งก็เป็นเรื่องยากมากแล้ว
หากไม่ใช่เพราะตั้งแต่ต้นจนจบเฉินชางวางแผนไว้อย่างดีทุกขั้นตอน พวกเขาจะมาขอโทษหรือ
ตนจะได้เข้าเป็นคณะสุขภาพศูนย์กลางหรือ
หากพูดกันตรงๆ หน่อย!
เฉินชางมีความสามารถจริง มีชื่อเสียงไม่น้อยเลยด้วย
แต่เฉินชางไม่มีคนหนุนหลัง!
พูดกันจากใจ ประเทศจีนเป็นแหล่งอุดมทรัพยากรพรั่งพร้อมรุ่งเรือง จะขาดแคลนคนมีความสามารถหรือ
หากขาดแคลนจริงจะถึงขั้นที่รวบรว