นปกติจะวินิจฉัยอาการบาดเจ็บที่ผ่านมาแล้วสี่สิบปีได้”
นักเรียนที่อยู่รอบๆ ก็จ้องมองเฉินชาง
กระทั่งผู้อำนวยการหลี่ข่ายก็ขมวดคิ้วแล้ว
ไม่อนุญาตให้หลอกลวง!
ส่วนฟั่นโจวฉวนกลับขมวดคิ้วเป็นปม คนไข้พวกนี้เขาจัดเองกับมือ ไม่มีทางหลอกลวงได้
แต่เขาก็อยากรู้ว่าเฉินชางวินิจฉัยออกมาได้อย่างไร
เห็นแค่ว่าเฉินชางยิ้มพลางให้คนไข้นั่งลง แล้วตอบว่า
“การวินิจฉัยโรคพวกเราจำเป็นต้องครุ่นคิดให้มาก ผนังอกซีกซ้ายของคนไข้ปกติจริงๆ เหรอ
ไม่มีความผิดปกติอื่นนอกจากการเพิ่มขึ้นและลดลงของเสียงสั่น งั้นหรือว่าพวกคุณก็ไม่ควรสัมผัสผนังอกดูแล้วเหรอ”
ทันทีที่ประโยคนี้ออกมา คนโดยรอบขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
เฉินชางอธิบายต่อ “หลังเกิดการยึดติดของเยื่อหุ้มปอด พวกเราต้องขบคิดถึงการอักเสบของเยื่อหุ้มปอด แต่คนไข้ไม่มีอาการจำพวกอักเสบ หรือมีหนองในเยื่อหุ้มปอด ดังนั้นก็ควรนึกถึงอาการบาดเจ็บของผนังอก!
แต่ว่า การบาดเจ็บของผนังอกยังต้องครุ่นคิดถึงปัจจัยอื่นๆ นั่นก็คือระยะเวลาที่เกิดการเจ็บป่วย…เพราะยิ่งระยะเวลาเพิ่มขึ้น…ก็จะมีการชดเชย…
ฉะนั้นหลังเสียงนี้อ่อนลง เวลาของการสั่นเสียงแทบจะเป็นปกติ ความแตกต่างเดียวอยู่ที่…”
เสียงของเฉินชางไม่เร็วไ