เป็นหัวหน้าทีมงั้นเหรอ”
เฉินชางพยักหน้ารับ “ใช่ครับ พวกเขาเยี่ยมยอดมาก ผมคิดว่าหลังสิ้นสุดการทดลองทางคลินิกแล้วจะให้พวกเขาทำการผ่าตัดด้วยตัวเอง ถึงยังไงเคสที่มีความยากระดับนี้ก็ไม่ได้พบกันง่ายๆ เลยถือโอกาสพาพวกเขามาเปิดหูเปิดตาครับ!”
เสี้ยวเจ๋อไห่พยักหน้าพลางใคร่ครวญตาม “อืม เป็นโอกาสที่หาได้ยากจริงๆ นั่นแหละ”
เฉินชางยิ้มให้ “อีกอย่าง การผ่าตัดครั้งนี้ก็อาจจะส่งผลต่อเป้าหมายวิจัยในช่วงหลังของพวกเราด้วยครับ”
พอเสี้ยวเจ๋อไห่ได้ยินก็สงสัยขึ้นมาทันที “โอ้ พวกคุณสิ้นสุดเฟสแรกกันแล้วเหรอ ผลเป็นยังไงบ้าง”
เฉินชางพยักหน้าอธิบายถึงข้อมูลสองสามอย่าง เสี้ยวเจ๋อไห่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยว่า “ใช้ได้เลยครับ! บรรลุค่าเฉลี่ยภายในประเทศแล้ว”
“หลังจากนี้คุณจะทำยังไงต่อ”
เฉินชางบอกไปตามตรง “ผมวางแผนว่าจะผ่อนผันเกณฑ์คัดเลือด วิจัยลดอัตราการเสียชีวิตครับ!”
พอเขาว่ามาแบบนี้ มือของเสี้ยวเจ๋อไห่ที่ถือแก้วอยู่แข็งทื่อไปทันที
“ผ่อนผันเกณฑ์คัดเลือก…จะเร็วเกินไปหรือเปล่า”
เฉินชางยิ้มลึกลับ “เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณก็รู้เองครับว่าเร็วหรือไม่เร็ว”
เสี้ยวเจ๋อไห่ผงะไปทันที ปรายตามองเฉินชางด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าเจ้าหนุ่มคนนี้คิดจะทำอะ