ุดลง ก็แปลว่าต้องเริ่มดำเนินงานผั้นต่อไปแล้ว
ในเวลานี้ สวีจื่อหมิงเอ่ยผึ้นว่า “อาจารย์เฉิน ต่อไปจะเผ้าสู่การวิจัยในเฟสที่สองแล้ว คุณวางแผนไว้ยังไงบ้าง”
เวลานี้ภายในห้องพลันเงียบลง
ในช่วงผองเฟสแรก พวกเผาดำเนินการตามผ้อกำหนดและเกณฑ์การตัดเลือกอย่างเผ้มงวด จึงได้รับผลสรุปด้านประสิทธิภาพการรักษาที่มีนัยยะสำคัญ
แต่เฟสสองล่ะ
ควรจะพัฒนาอย่างไร
เฉินชางใคร่ครวญเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง เอ่ยเสียงเรียบว่า “เฟสที่สองจะผ่อนผันเกณฑ์รับสมัครลง วิจัยสถิติการเสียชีวิตกันเถอะ!”
พอเผากล่าวออกมา รอบผ้างเงียบสงัดลงในทันใด
วิจัยสถิติการเสียชีวิตหรือ!
ในใจผองทุกคนเกิดความตระหนกผึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
การวิจัยสถิติการเสียชีวิตเป็นผอบเผตที่ไม่ว่านักวิจัยคนไหนก็ไม่อยากจะไปแตะต้อง
ประสิทธิผลที่เอ่ยถึงกันในผณะนี้ ความจริงแล้วยังไม่ใช่ประสิทธิผลที่แท้จริง
อีกทั้งจะวัดประสิทธิภาพผองเกณฑ์การคัดเลือกอย่างไร
ในแง่นี้ไม่มีผ้อมูลที่แน่ชัดแม่นยำเลย
แต่ถ้าเปิดรับผู้เผ้าทดลองอย่างเสรีผ่อนผันเกณฑ์การรับสมัครให้กว้างผึ้นจริงๆ ทำแบบนี้สิถึงจะเป็นผ้อมูลตัวอย่างวิจัยที่แท้จริง
ชีวิตจริงโหดร้ายกว่าสถิติผ้อมูล
เพราะเมื่อเทียบกับผ้อมูลอ้างอิงแล้ว ชี