รอกค่ะ”
ตอนที่หญิงชาเอื้อนเอ่ยออกมา ในถ้อยคำแฝงความรู้สึกทางปรัชญาเอาไว้มากนัก
แววตาก็เยือกเย็นและแน่วแน่มากเช่นกัน
สวีจื่อหมิงก็ตกตะลึงกับประโยคนี้ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
หญิงชรามองคนทั้งสอง ค่อยๆ เอ่ยว่า “หมอคะ ฉันขอพูดจากใจ ถ้าช่วยให้เขาดีขึ้นได้จะดีที่สุด แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ฉันเห็นเขาทรมานฉันก็ปวดใจไปด้วย ไม่สู้ช่วยให้จากไปแบบสบายๆ จะดีกว่า
เขาเป็นคนมีความสามารถคนหนึ่ง เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวมาชั่วชีวิต มีความมั่นใจในตัวเองมากเหลือเกิน เมื่อก่อนก็เคยบอกกับฉันไว้ว่าถ้าแก่แล้วเป็นภาระคนอื่น ไม่สู้ไปสบายหน่อยดีกว่า”
“อย่ากังวลเลยค่ะผู้อาวุโส พวกเราจะพยายามสุดความสามารถแน่นอน!”
พอได้ยินประโยคนี้ เฉินชางชะงักไปทันที หันหลังไปมอง พบว่าเป็นจ้าวตันเยี่ยน หรือก็คือภรรยาของสวีจื่อหมิง
ไม่รู้เลยว่าเธอลงมาถึงตั้งแต่เมื่อไร!
ไม่รู้ด้วยว่ายืนอยู่ด้านหลังมานานแค่ไหนแล้ว
ที่สำคัญคือสวีจื่อหมิงมองภรรยาด้วยความฉงน เขาไม่คิดเลยว่าจ้าวตันเยี่ยนก็ยังอยู่ที่โรงพยาบาลเหมือนกัน
เฉินชางหันไปยิ้มให้ “พี่สะใภ้ คุณมาพอดีเลย”
สวีจื่อหมิงอยากจะพูดบางอย่าง แต่จ้าว