อวี๋หวั่นเช็ดน้ำตา สูดหายใจเข้าลึกๆ หยุดร้องไห้ นั่งยิ้มขื่นอยู่ตรงนั้น “ฉันก็ไม่ได้อยากตายค่ะ ฉันใช้เวลาทุกวันของตนเองอย่างมีค่ามาก ฉันตั้งใจเรียนกว่าใคร ไม่กล้าเสียเว วลาเลยแม้แต่นาทีเดียว ฉันตั้งใจกินข้าว ตั้งใจหายใจ แม้แต่ตอนดื่มน้ำฉันจะดื่มด่ำกับมันอย่างเต็มที่…ฉันรู้ตั้งแต่ตอนอายุสิบแปดปีว่าฉันอาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงอายุสามสิบ บปีแล้ว ทั้งพ่อ พี่ชายคนที่สองและพี่ชายคนโตต่างก็เสียชีวิตแล้ว…พี่สาวคนที่สองก็ล้มป่วย…ฉันรู้ตั้งแต่ตอนนั้นเลยว่า นี่คือชะตากรรมของฉัน ฉันอยากมีความรัก ความฝันของฉ ฉันคือการได้เป็นแม่คน เป็นภรรยาที่ดี แต่ฉันทำไม่ได้…ฉันจะไปทำร้ายครอบครัวอีกครอบครัวหนึ่งไม่ได้ ฉันกลัวว่าลูกที่เกิดมาจะเหมือนฉัน! ฉันกลัว…”
อวี๋หวั่นพูดเสียงสั่น เฉินชางเองก็ฟังเงียบๆ พยาบาลห้องสังเกตอาการอดหันไปเช็ดน้ำตาไม่ได้
“ฉันรู้ว่าตัวเองป่วยเป็นกลุ่มอาการมาร์แฟนตั้งแต่ตอนอายุสิบแปดปี ฉันรู้สึกว