่ามีปมในใจ มั่นใจหน่อย!”
หวังจื้อเจียงพูดจบก็ตบไหล่น้องชายคนนี้เป็นการปลอบใจ ก่อนจะถอนหายใจเดินจากไป
ทิ้งจางหย่วนให้ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น
หมายความว่าอย่างไร
ที่หมอหวังพูดหมายความว่าอย่างไร
จางหย่วนพินิจอย่างละเอียดประมาณสามถึงห้านาที ก็ลุกพรวดขึ้น โกรธจนหน้าแดง!
เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว!
ตนยังไม่แต่งงานเลย จะทำตนเสียชื่อเสียงไม่ได้เด็ดขาด
ตอนที่จางหย่วนวิ่งตามออกไป หวังจื้อเจียงก็ไปไกลแล้ว
จางหย่วนหัวเราะทั้งน้ำตา
เฉินชางมองจางหย่วนพร้อมรอยยิ้ม
จางหย่วนจ้องเขม็ง
เฉินชางอดหัวเราะฮ่าๆๆ ไม่ได้ รีบออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
ครั้งนี้จางหย่วนจนคำพูดจริงๆ “เดี๋ยวก่อน หมอเฉินรอผมด้วย!”
…
หลังจากกลับมา เฉินชางค้นพบว่าเด็กที่มีอาการแพ้หายดีแล้ว ญาติคนไข้ที่อยู่ในห้องผู้ป่วยก็โล่งอกไปที
ถ้าลูกยังไม่หายดี คนเป็นพ่อเป็นแม่จะนอนหลับได้อย่างไร
เห็นเฉินชางกลับมา ทั้งสองรีบพูดว่า “ขอบคุณมากครับ หมอเฉิน”
เด็กชายเองก็พูดอย่างรู้ความ “ขอบคุณครับคุณหมอ”
เฉินชางยิ้ม มองเด็กชายพร้อมพูดว่า “ต่อไปกินอะไรระวังหน่อยนะ อะไรที่ไม่เคยกินก็สังเกตตัวเองหน่อย แบบนี้อันตรายมาก”
ชายหนุ่มพยักหน้า “ผมตกใจหมดเลยครับ!”
หลังจากเฉินชางจัดแจงเสร