เป็นหมอที่ดูแลเคสของเถียนเจิ้งไค่ ตอนนี้ผมมีคำถามสองสามข้อที่อยากจะสอบถามสักหน่อย” เฉินชางถามเข้าประเดินทันทีอย่างไม่มีพิธีรีตอง
ตอนนี้ชีวิตของเถียนเจิ้งไค่ตกอยู่ในสภาวะวิกฤตมานานแล้ว
ลูกของเถียนเจิ้งไค่เพิ่งอายุได้สองขวบ ถูกภรรยาเขาอุ้มอยู่ในอ้อมแขน
ส่วนพ่อแม่ยังอายุไม่ถึงหกสิบปี พ่อเขาสูงมากเช่นกัน
“สวัสดีครับ หมอเฉิน ตอนนี้อาการของลูกชายผมเป็นยังไงบ้าง” คุณพ่อเถียนถามอย่างค่อนข้างวิตก
เฉินชางบอกไปตามตรง “สถานการณ์ไม่สู้ดีครับ พวกเรากำลังเตรียมการผ่าตัดอยู่ ที่มาคุยกับพวกคุณในครั้งนี้ ประการแรกเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์บางอย่าง ประการที่สองคือจะให้เซ็นหนั งสือยินยอมรับการผ่าตัดครับ!”
พอพูดจบ เฉินชางหันไปบอกเอ่ยกับหมอหนุ่มว่า “ไปเตรียมหนังสือยินยอมรับการผ่าตัดกับหนังสือแจ้งอาการวิกฤตมา…”
พอหมอประจำแผนกได้ยินก็รีบไปจัดการทันที
ส่วนครอบครัวสกุลเถียนตกตะลึงไปในทันใด ทางครอบครัวเถียนรีบถามทันที “หนังสือแจ้งอาการวิกฤตงั้นเหรอ หมอเฉิน เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมถึงเป็นอาการวิกฤตไปได้ล่ะ!”
พ่อแม่ของเถียนเจิ้งไค่เป็นชาวบ้านธรรมดา พ่อเป็นครูพละประจำโรงเรียนมั