แพลงโดปส์และเออร์สเต็ดเป็นเพื่อนรักกันมาหลายปีมุมมองทางวิชาการของทั้งสองยังคล้ายคลึงกันมากด้วย ที่สำ คัญคือ แพลงโดปส์เคยร่วมโครงการวิจัยกับเออร์สเต็ดมาก่อนแม้ว่าภายหลังจะจบลงด้วยความล้มเหลว แต่ทั้งสองก็ได้สร้างสายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาดแพลงโดปส์เป็นนักวิทยาศาสตร์แนวหน้าด้านศาสตร์วิศวกรรมเซลล์ ภายหลังถูกเฮดฮันเตอร์[1]ของแอ็ลเซอเฟียร์กรุ๊ป[2]ดึงตัวไปเป็นหัวหน้าบรรณาธิการวารสาร ‘เดอะแลนซิต’ซึ่งทำมานานหลายปีเออร์สเต็ดบอกกับแพลงโดปส์ว่า “คราวนี้หมอเฉินจะต้องเป็นประธานสมาคมศัลยกรรมทางเดินอาหารระดับโลกแน่ เชื่อฉันได้เลย!”แน่นอนว่าแพลงโดปส์ไม่เชื่อคำพูดที่แทบจะสติหลุดของเออร์สเต็ดในการสนทนาต่อมาของทั้งคู่ เออร์สเต็ดเล่าเรื่องของเฉินชางเท่าที่เขารู้ให้ตนฟัง พร้อมกับพูดด้วยความมั่นใจว่า “เชื่อฉันสิช่วยฉันหน่อย!”แพลงโดปส์ไม่ได้ปฏิเสธความคิดหลุดโลกของเออร์สเต็ดแต่อย่างใดแต่เขาค้นหาบทความเรื่องเทคนิคการใช้กล้องส่องที่เฉินชางตีพิมพ์ในวารสารศัลยกรรมประเทศอังกฤษเมื่อตอนนั้นมาอ่านหลังจากอ่านจบ แพลงโดปส์ถึงกับต้องตะลึงไปชั่วขณะ!จากนั้นเขาก็รีบค้นหาชื่อเฉินชางและพบว่าเฉินชางเป็นที่ปรึกษาของบทความส่วนใหญ่ที่ปรากฏบทความในตอนนี้ก็เช่นกัน นี่ทำให้เขาตกใจไม่น้อยนอกจากนี้ เมื่อไม่นานมานี้ วารสาร ‘เดอะแลนซิต’ ก็เพิ่งตีพิมพ์บทความบทหนึ่งของเฉินชาง นั่นคือบทความวิพากษ์วิจารณ์ยาน้ำแก้ไอที่ผ่านการทดสอบของ FDA จากห