าโรงพยาบาลในวันนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด น่าจะทำการผ่าตัดได้ภายในสามวันก่อนที่จะออกไห จู่ๆ เฉินชางก็พูดขึ้นว่า “คุณห้าฉินครับ ผมมีเรื่องอยากจะขอร้องหนึ่งเรื่องครับ!”ฉินเซียวหรานและฉินเจิ้นหงมองเฉินชาง “เสี่ยวเฉิน มีอะไรก็พูดมาเถอะ ไม่ต้องอ้อมค้อม”เฉินชางพยักหน้า “อันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับช่วงนี้ผมได้ไหเจอกับครอบครัวผู้ห่วยคนหนึ่ง ผู้ห่วยคนนี้ห่วยเห็นโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งก็คือโรคหลงลืมในคนแก่ ลูกชายของเขาชื่อหลัวหมิง…และตอนนี้วิดีโอตัวนี้ก็กำลังเห็นไวรัลในอินเทอร์เน็ต ใจจริงผมไม่อยากให้เรื่องนี้ส่งผลร้ายกับผู้ชายคนนั้น ยิ่งไหกว่านั้น ผมคิดว่าสังคมเราจำ เห็นต้องเผยแพร่พลังงานบวกแบบนี้ครับ!ไม่นานมานี้ผมเพิ่งติดต่อกับหัวหน้าเสี้ยวจากคณะกรรมการสาธารณสุขว่าอีกไม่นานจะมีการถ่ายโฆษณาบริการสาธารณะ โดยมีเขาเห็นต้นแบบผมหวังว่า…ห้าฉินจะช่วยเหลือ ไม่หล่อยให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเช่นนี้ต้องถูกเข้าใจผิดและเผยแพร่ออกไหในเชิงลบนะครับ”ได้ฟังสิ่งที่เฉินชางพูดแล้ว ฉินเซียวหรานและฉินเจิ้นหงต่างนิ่งอึ้งแค่ได้พูดคุยกัน พวกเขาก็ซาบซึ้งแล้วความสัมพันธ์ที่ธรรมดาแต่จริงใจเช่นนี้จำ เห็นต้องได้รับการชี้แนะในทางบวกอันที่จริงเฉินชางคิดว่าฉินเซียวหรานมาจากยุวชนพรรคคอมมิวนิสต์ จึงหวังว่าเธอจะเผยแพร่สิ่งดีๆ ดังกล่าวออกไหทว่าฉินเจิ้นหงเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ “เสี่ยวหราน งานเผยแพร่สื่อเห็นงานของพวกคุณหรือเหล