่องนี้ และไม่อยากให้คนอื่นรบกวนชีวิตของเขาและครอบครัวยิ่งไม่อยากให้ทุกคนมองเขาและแม่ด้วยสายตาเวทนาสำ หรับเขา นี่เป็นเพียงแค่สิ่งที่เขาควรทำเท่านั้นในเมื่อเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว ทำไมต้องประชาสัมพันธ์ให้คนอื่นรู้เพราะฉะนั้น หลัวหมิงคิดไปคิดมาก็ปฏิเสธอย่างอ้อมค้อม“หมอเฉินครับ ความหวังดีของคุณผมขอน้อมรับเอาไว้ แต่ผมไม่อยากมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ผมเป็นห่วงแม่ เป็นห่วงครอบครัวไม่อยากให้ส่งผลกระทบที่ไม่จำ เป็น…ความจริง ผมก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น”หลัวหมิงยิ้ม หลังจากขอบคุณแล้วขอบคุณอีก ก็ได้ยินแม่เรียกหาตน จึงยิ้มอย่างรู้สึกผิด “หมอเฉินครับ ผมเข้าไปก่อนนะครับ”เฉินชางได้ยินหลัวหมิงพูดแบบนี้ก็เข้าใจช่างเถอะ ตนก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ เรื่องแบบนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกผู้เชี่ยวชาญเถอะจู่ๆ เฉินชางก็นึกถึงฉีเซี่ยงเจิ้งเขาเป็นประธานคณะกรรมการของบริษัทเซี่ยงเจิ้งเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ อาจจะคุ้นเคยกับวงการบันเทิงฉีเซี่ยงเจิ้งเห็นว่าเป็นสายจากเฉินชางก็ลังเลครู่หนึ่งก่อนจะรับสาย“หมอเฉิน มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”เฉินชางพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษาครับ”จากนั้นเฉินชางได้เล่าเรื่องคลิปประชาสัมพันธ์ให้ฉีเซี่ยงเจิ้งฟังหลังจากเล่าจบ ฉีเซี่ยงเจิ้งก็อึ้งไปนี่…ผลประโยชน์ขนาดนี้มาตกที่เขาได้อย่างไรตื่นเต้นจริงๆอย่าลืมว่า การถ่ายคลิปประชาสัมพันธ์ให้กับทางการดูเหมือนไม่ได้สิ้นเปลือง แต่ความ