เฉินชางถอดไหมเสร็จก็กลับทันที
หลังจากออกจากที่นี่ เฉินชางขับรถไปฝากเงินที่ธนาคาร
ถึงอย่างไรพกเงินสดมากมายขนาดนี้ไว้กับตัวก็ไม่มีประโยชน์ เก็บไว้ในธนาคารดีกว่า รอออมเงินได้มากพอจะ ได้ซื้อบ้านสี่ ประสานเหมือนคุณท่านถู
แม้ความฝันนี้จะยากมากก็ตาม …
เขากลับถึงโรงพยาบาลก็ห้าโมงกว่าแล้ว
ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มและมีฝนโปรยปราย
ว่ากันว่าฟ้าหลังย่อมสดใสเสมอ แต่มองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม เฉิน ชางพูดได้เพียงว่า ฟ้าหลังฝนของเมืองหลวงอาจจะ ‘สดใส’ กว่า
ถ้าไม่ใช่เพราะฝนรอบนี้ เฉินชางคงลืมไปแล้วว่า อีกไม่นาน ก็จะถึงเทศกาลเช็งเม้งแล้ว
แม้โรงพยาบาลจะไม่หยุด แต่สำ หรับเด็กฝึกงานอย่างพวกเขา ถือว่าไม่ได้เคร่ง
แต่ปีนี้เฉินชางยังหาเวลากลับบ้านไม่ได้ ตารางเดือนนี้ของเขา เต็มแล้ว
สำ หรับแผนกฉุกเฉิน ไม่ว่าจะฝนตก หรือหิมะตกก็ไม่ได้ส่งผลก ระทบมากนัก
ถึงอย่างไรก็เป็นแผนกฉุกเฉิน เป็นการกู้ชีพและช่วยเหลือ
ฉุกเฉิน ใครจะสนใจสภาพอากาศ ย่อม แตกต่างจากแผนกผู้ป่วย
นอก
หยางเจี๋ยมองอากาศนอกหน้าต่างแล้วพึมพำ ว่า “เทศกาลเช็ง เม้งฝนทุกปีเลย ตู้มู่[1] ไม่น่าจะใช่นักกวีแล้ว น่าจะเป็นนัก ดาราศาสตร์มากกว่า”
เฉินชางอึ้ง “ทำ ไมล่ะ”
หยางเจี๋ยพลันพูดว่า “ก็ท่านเขียนกวีไว้ว่า ‘เทศกาลเซ็งเม้ง ฝน ตกพรำ [1]’[2] ไงเล่า!”
เฉินชางเข้ามาก็ไม่ได้รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่สั่งอาหารมา กิน เตรียมเข้าเวรดึก
อย่ารอจนเลิกงานแล้วค่อย กินข้าวเด็ดขาด เพราะตอนที่