ียหน้าเลยรู้สึกผิดแน่ๆ…เฉินชางพยักหน้าแล้วตามอวี๋หย่งกังออกไปด้านนอกอวี๋หย่งกังออกมาแล้วจึงยิ้มให้อย่างหาได้ยาก เขามองเฉินชาง“เสี่ยวเฉิน ผมได้ยินจากซุนกว่างอวี่ว่าคุณกำลังเขียนหนังสือหรือคู่มือส่องกล้องนี่เรื่องจริงหรือเปล่า”เฉินชางพยักหน้า “จริงครับ คิดร่างเสร็จแล้ว ถึงตอนนั้นต้องรบกวนหัวหน้าอวี๋ช่วยผ่านร่างให้ด้วยนะครับ”อวี๋หย่งกังได้ยินแล้วหัวเราะทันที “พูดได้ดีๆ!”เขาพบว่าการสนทนากับคนฉลาดเป็นเรื่องง่าย!เดี๋ยวเดียวก็หันหลังจากไป แถมยังพูดเรื่องสำ คัญด้วยคำไม่กี่คำด้วย!หม่าเยว่ฮุยแอบมอง พอเห็นเหล่าอวี๋ฉีกยิ้มแล้วจึงอึ้งไปทันที!เหล่าอวี๋ถึงกับยิ้ม โดนของหรือไงอวี๋หย่งกังย่อมต้องดีใจ เฉินชางให้ตัวเองมาผ่านร่างหนังสือมีนัยยะชัดเจนว่าต้องการให้เขาร่วมตรวจแก้หนังสือ การเข้าร่วมกองบรรณาธิการคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่แล้วดังนั้นเขาจึงไม่ได้ถามอะไรอีก!คนเราพอเจอเรื่องดีก็เบิกบานใจ เหล่าอวี๋ก็ดีใจมากจริงๆจู่ๆ ตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าเฉินชางเป็นดวงดาวนำโชคของตนและสำ หรับเฉินชางแล้ว เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลยสักนิด กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียมากกว่าหนังสือเล่มหนึ่งยิ่งมีกองบรรณาธิการมากก็ยิ่งมีอิทธิพล นี่ยิ่งแสดงให้เห็นว่าหนังสือเล่มนี้มีความสำ คัญขนาดไหนพอคิดถึงตรงนี้ เฉินชางจึงยิ้มออกมา…………ขณะที่กำลังจะเลิกงานตอนกลางวัน ชายอ้วนเตี้ยคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาในโรงพยาบาลหยางเจี๋ยเห็นดังนั้นแล้วตาลุกวาว