จจุบัน สังคมต้องการความสามารถแบบสหวิทยาการมากขึ้น เนื่องจากการที่หลายสาขาวิชามาบรรจบกันช่วยส่งเสริมการพัฒนากันและกันได้สิ่งนี้ทำให้เฉินชางรู้สึกว่าการแพทย์ไม่ได้โดดเดี่ยว แต่ควรกระชับความสัมพันธ์กับทุกสาขาอาชีพเช่นแนวคิด ‘การจำ ลองเทคนิคการฟื้นฟูระบบทางเดินอาหารจากคอมพิวเตอร์’นี่เป็นเพียงแค่แนวคิด ความล้มเหลวเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าสำ เร็จขึ้นมาล่ะสิ่งที่วิทยาศาสตร์และการทดลองไม่กลัวเลยคือความล้มเหลว!แต่ในขณะเดียวกัน เฉินชางก็สร้างเป้าหมายหนึ่งให้ตัวเอง คือตนจะต้องยกระดับฐานะทางวิชาการและอิทธิพลในอุตสาหกรรมแบบนี้จึงจะร่วมงานกับสาขาวิชาอื่นได้หากเขาไปหาอาจารย์ศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเมืองหลวง หรือแม้แต่ไปหานักวิชาการเหล่านั้นในตอนนี้บอกว่าตนอยากทำสิ่งนี้ ทุกคนอาจจะแค่ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แม้จะไม่พูดให้กระทบกระเทือนจิตใจ แต่ก็คงไม่ตอบรับโครงการนี้!แต่ถ้าเขาอยู่แถวหน้าของอุตสาหกรรมล่ะยังไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น แค่เป็นเป็นนักวิชาการของทั้งสองสถาบันอย่างผู้อำนวยการอู๋ ถ้าเขาบอกว่าอยากร่วมงานด้วย ทุกคนอาจจะรีบคิดว่าควรทำอย่างไร!นี่คือความแตกต่างอันใหญ่หลวงทันใดนั้น เฉินชางก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ทีหนึ่ง รู้สึกว่าตนควรจะยกระดับฐานะทางวิชาการและยกระดับอิทธิพลของตนเอง…………วันจันทร์เฉินชางค่อนข้างงานยุ่ง หลังจากพักผ่อนมาสองวันก็กลับสู่การทำงานอีกครั้งแล้วช่วงเช้าเป็นการราวน์วอร์ดอันตึงเครียด