ชีวิตมักจะสอนให้พวกเรารู้จักรู้เดียงสาเฉินชางจำ ได้ว่าตอนฝึกงาน อาจารย์คนหนึ่งเคยพูดไว้ว่าคนเราใช้ชีวิตอยู่ไม่เป็นดังใจทั้งนั้น ตอนที่มืดแปดด้านจะรู้สึกว่าทำอะไรก็ผิดไปหมด ตอนที่มีทางเปิดกว้างก็จะรู้สึกว่าถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรมได้ตอนนั้นเขายังไม่เข้าใจประโยคนี้ดีนัก แต่ชีวิตในห้องฉุกเฉินสี่ปีทำให้เขาตระหนักถึงประโยคนี้ได้ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆเด็กหญิงก้มหน้างุดเหมือนนกกระจอกเทศที่อยากมุดหัวลงไปในทรายเธอน้ำตาร่วงเผาะๆ “ถ้าหนูไม่ได้ป่วย พ่อก็คงไม่เป็นแบบนี้เพราะหนูไม่เป็นเด็กดี…”ภรรยาของเชอเจ๋อฮว่ายืนอยู่ด้านหลังกุมหน้าร้องไห้จนเสียงแหบแห้งหยางเจี๋ยกอดเด็กหญิงไว้ ปลอบใจอยู่ตลอด“ลูกไม่ผิด ลูกป่วยจะโทษลูกได้ยังไง”“ไม่เป็นไรๆ ไม่ร้องไห้ อาหมอเฉินชางซื้อลูกอมมาให้หนูแน่ะเสี่ยวเคอเอาลูกอมมาสิ” เฉินชางมองเสี่ยวเคอ เธอจึงรีบพยักหน้าวิ่งไปสัญญาณชีพปกติหมด เมื่อครู่นี้อัตราการสูบฉีดเลือดหัวใจต่ำส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอจากโรคหัวใจเพียงชั่วคราวจึงสลบไปเสี่ยวเคอยัดลูกอมถุงหนึ่งใส่แขนเด็กหญิง “ไม่ต้องร้องแล้วค่ะหนูไม่ผิดนะ!”บางครั้งเฉินชางก็ไม่อยากไปประเมินคำว่ารู้เดียงสามากนักเด็กหลายคนรู้เดียงสาจนน่าปวดใจพอเห็นเด็กหญิงมองลูกอมอย่างเฉยชา เฉินชางก็ถอนหายใจเขาลุกไปซักอาการป่วยของเด็กหญิง ทำความเข้าใจอาการโดยละเอียดหญิงวัยกลางคนร้องไห้อยู่ตลอดค่าใช้จ่ายของเชอเจ๋อฮว่ามีคนรับผิดชอบ แต่ไม่มีใค