คำพูดของหยางเจี๋ยทำให้เฉินชางกังวลกว่าเดิมจริงสิ ถ้าแถวสถานีโทรทัศน์…คิดถึงตรงนี้ เฉินชางก็ส่ายหน้า ช่างมัน ตนเป็นหมอแผนกฉุกเฉิน งานของตนคือการกู้ชีพ มีเพียงเท่านี้รถพยาบาลขับอยู่บนถนน เฉินชางและหยางเจี๋ยกังวลมากขึ้นเล็กน้อยระหว่างทางทุกคนต่างเงียบ เฉินชางไม่ได้อยู่เฉย เริ่มจัดเตรียมของที่อีกเดี๋ยวจะต้องใช้ในการกู้ชีพ หยางเจี๋ยเองก็คอยช่วยอยู่ข้างๆสิบกว่านาทีหลังจากนั้น พร้อมกับเสียงไซเรนของรถพยาบาลศูนย์ 120 ที่ดังมา รอบข้างพลันแตกฮือขึ้นมา!“ถอย ถอย!”“หมอมาแล้ว!”ตอนนี้คนไข้นอนอยู่บนพื้น โอดครวญอย่างเจ็บปวดพนักงานรักษาความปลอดภัยและพนักงานของสถานีโทรทัศน์ที่อยู่รอบๆ ต่างไม่กล้าขยับ“ใครโทรหา 120 ครับ” เฉินชางถามชายวัยกลางคนคนหนึ่งรีบลุกขึ้นพร้อมพูดว่า “ผมครับ ผมเป็นคนโทร รีบมาช่วยคนเร็ว!”ชายวัยกลางคนสวมชุดสูทดูดี ห้อยบัตรพนักงานของสถานีโทรทัศน์พนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่รอบๆ รีบตะโกนให้ทุกคนสลายตัว เปิดทางให้เฉินชางและหยางเจี๋ยชายหนุ่มนอนอยู่บนพื้น ดูทรมานมาก สองมือตบพื้น ใบหน้าดูน่ากลัวหาที่เปรียบไม่ได้ เจ็บปวดแต่พูดไม่ออกเฉินชางขมวดคิ้ว เพราะกรดแก่เผาไหม้ทำให้กล่องเสียงส่งเสียงไม่ได้ถ้าจะให้ชายหนุ่มพูดคงเป็นไปไม่ได้แล้ว เฉินชางรีบถามพนักงานที่รวมตัวกันอยู่รอบข้าง “เขาดื่มกรดซัลฟิวริกไปเท่าไรนานแค่ไหนแล้วครับ”ชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปีคนหนึ่งเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ตอนนี้เห็นได