าก นี่เป็นการบอกเขาว่าอย่าพูดพล่อยๆพอเข้ามาในห้องฉุกเฉิน เด็กชายก็ติดจอภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจไว้แล้วจางหย่วนกับหยางฮุ่ยทำงานอยู่แล้วพอเห็นหลี่เยว่กับเฉินชางเข้ามาก็รีบเอ่ยว่า “อาจารย์หลี่”ด้านเฮ่อหลันกับชายคนนั้นพอเห็นหลี่เยว่ก็พูดขึ้นอย่างร้อนรนว่า “หมอหลี่ ตอนคุณผ่าตัดมีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า”หลี่เยว่ส่ายหน้า เอ่ยหนักแน่น “ไม่มีอะไรผิดคาดทั้งนั้นครับการผ่าตัดราบรื่นดี ยังบันทึกการผ่าตัดไว้อยู่ จะดูเมื่อไรก็ได้ครับ!”พอได้ยินคำพูดของหลี่เยว่ สองสามีภรรยาเฮ่อหลันก็สบตากัน“หมอหลี่ พวกเราไม่ได้อยากมาก่อเรื่อง เราร้อนใจกันจริงๆ จู่ๆ ลูกก็เป็นไข้”หลี่เยว่พยักหน้า มองเด็กชายที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงทั้งร้องไห้ทั้งงอแง เขาหันไปมองเฮ่อหลันผู้เป็นผู้ปกครองแล้วพูดว่า“อืม คุณพ่อคุณแม่ออกไปนอกห้องฉุกเฉินก่อนนะครับ ถ้ามีเรื่องเดี๋ยวผมเรียก ขอตรวจก่อนว่าน้องเป็นอะไร”พอเฮ่อหลันได้ยินเข้า ต่อให้ไม่ค่อยยินดี แต่เห็นสีหน้าหลี่เยว่จริงจังแบบนี้ก็ต้องออกไปแต่ชายคนนั้นกลับดึงดัน “ไม่ได้ ถ้าผมไม่รู้สาเหตุ ผมจะไม่ออกไปไหน ผมขออยู่ดูตรงนี้ จะไม่รบกวนการรักษาของพวกคุณแต่ผมหวังว่าคุณจะไม่ปกปิดเรื่องอะไรก็ตามกับเรา”เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่านี่เป็นข้อพิพาททางแพทย์ไปแล้ว เป็นเพราะความไม่รับผิดชอบของหลี่เยว่ ทำให้อาการป่วยของลูกกำเริบ!หลี่เยว่เห็นดังนั้นแล้วอดส่ายหัวไม่ได้ ส่วนพยาบาลสองคนที่อยู่ที่เคาน์เตอร์พยาบาลแ