พอเวลาผ่านไป เฉินชางก็ยิ่งรู้สึกว่าช่วงนี้ยิ่งกดดันมากขึ้นการบ้านประจำ วันของยัยฉินขี้ประจบยังเริ่มทำไม่ได้อย่างใจ“คุณสามี มามะ…” ฉินเยว่มือถือแท็บเล็ตพูดกับเฉินชางเฉินชางจนใจ จะร้องไห้ก็ไม่มีน้ำตา “เจ๊ ผม…ไม่ไหวจริงๆ แล้ว!”ฉินเยว่ถอนหายใจ “ตกลงผู้ป่วยคนนี้เป็นอะไรน่ะ เป็นไข้มาห้าหกวันแล้ว การผ่าตัดก็ราบรื่นดีนี่นา…”ใช่แล้ว ตอนนี้พอฉินเยว่ยิ่งลงลึกกับแผนกนี้ก็ได้สัมผัสผู้ป่วยมากขึ้นด้วย อาการประหลาดต่างๆ จึงค่อนข้างซับซ้อนเฉินชางยิ่งรู้สึกว่าต้องรีบทำภารกิจย้ายไปแผนกศัลยกรรมทั่วไปให้สำ เร็จโดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นการบ้านของยัยฉินขี้ประจบต้องทำไม่เสร็จแน่ฉินเยว่ถอนใจอย่างจนใจ “ปักกิ่งยูเนี่ยนต่างกันจริงๆ มาแต่อาการแปลกๆ ทั้งนั้น ฉันยังนึกว่าประสบการณ์สามปีในแผนกฉุกเฉินของตัวเองคงทำให้รับมือได้สบาย แต่คิดไม่ถึงว่าลงท้ายแล้วจะพบว่าตัวเองรู้น้อยมากจริงๆ”เฉินชางพยักหน้า “นี่ประตูบานสุดท้ายแล้วนะ ถ้าที่นี่ยังรักษาไม่หาย ผู้ป่วยก็หมดหวังแล้ว!”พอพูดถึงตรงนี้ เฉินชางก็อดพูดขึ้นไม่ได้ว่า “คุณเอามาให้ผมทีผมขอดูฟิล์มเขาอีกทีหนึ่งได้ไหม”…………นี่เป็นชีวิตประจำ วันของสามีภรรยาแพทย์ เฉินชางไม่ถึงกับทำงานแผนกฉุกเฉินได้คล่องไปหมด แต่เพราะการแบ่งงานก็จึงไม่ถึงกับกดดันมากนัก มิหนำซ้ำ งานหลักของแผนกฉุกเฉินก็ไม่ใช่การรับมือกับโรครักษายาก แต่เป็นการกู้ชีพหลังจากกู้ชีพแล้วค่อยคิดเรื่องรักษาถึงขนาดที่ส่วน