งรั่วที่บ้านก็ยังเทียบไม่ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะการตรวจความเป็นพ่อลูกนั่น เฝ่ยอวี้ก็ไม่อยากยอมรับเลยจริง ๆ ว่าผู้หญิงคนนี้คือน้องสาวแท้ ๆ ของเขา
ภาพเฝ่ยไป๋ลู่ถูกเชือดปรากฏขึ้นในใจเฝ่ยอวี้เงียบ ๆ เขาไม่มีอารมณ์จะพูดจาไร้สาระกับเฝ่ยไป๋ลู่อีกต่อไป
เขาตบฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อผ้าตัวเอง และเตรียมจะจากไปหลังจากทิ้งคำพูดเอาไว้ “ครอบครัวเฝ่ยร่ำรวยมาก ถ้าเธอกลับไปหาครอบครัวเฝ่ยเมื่อไหร่ เธอก็จะมีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พ่อแม่บุญธรรม ฉันรู้ว่าเรื่องนี้มีผลกระทบกับเธอมาก ฉันจะให้เวลาคิดก็แล้วกัน แต่อย่าทำให้พวกเราต้องรอนานเกินไปล่ะ!”
เฝ่ยไป๋ลู่เหลือบมองชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ที่ทำท่าทางให้เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าจะไปแล้ว แต่กลับยังรีรออยู่ในบ้านคอยให้เธอยอมจำนนและรั้งให้เขาอยู่ต่อ หญิงสาวจึงพูดย้ำอีกครั้ง “คุณออกไปได้แล้ว”
“เนรคุณ!” เฝ่ยอวี้กำลังรอให้เฝ่ยไป๋ลู่ยอมแพ้ แต่พอถูกฉีกหน้าอีกครั้ง ก็ทำให้โกรธจัด “ถ้าเธอไม่กลับไปหาครอบครัวเฝ่ยตอนนี้ จากนี้ก็อย่าคิดว่าจะเข้ามาในครอบครัวเฝ่ยได้ง่าย ๆ!” พูดจบ เขาก็กระแทกประตู แล้วจากไป
เขาจะรอดูวันที่เฝ่ยไป๋ลู่ร้องไห้คร่ำครวญกลับไปหาตระกูลเฝ่ย!
“คิดว่าฉันอยากเข้าตระกูลเฝ่ยมากนักเหรอ?” เฝ่ยไป๋ลู่มั่นใจว่าเฝ่ยอวี้จะต้องกลับมาขอร้องเธออีก
ระหว่างคิ้วชายหนุ่มมีสีดำ และด้านบนศีรษะก็ดำทะมึนยิ่งกว่า
เมฆหนาแห่งหายนะกำลังม้วนตัว ควบแน่นจนใกล้จะเป็นรูปเป็นร่าง นั่นหมายควา