เฉินชางเห็นท่าทางเด็กชายอายุห้าขวบแกล้งทำเป็นเข้มแข็งยิ้มทั้งน้ำตาแล้วก็อดหันหลังไปไม่ได้ เขาค่อนข้างประทับใจด้านฉินฟางผู้เป็นแม่ของเด็กชายก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ปรี่เข้ามากอดเด็กน้อยเอาไว้ ร้องไห้เจ็บปวดไม่เป็นภาษาส่วนเด็กชายเห็นแม่ร้องไห้ก็พลันอึ้งไปเหมือนตกใจ“แม่จ๋า…ผมไม่เป็นไร จริงๆ นะ!”ฉินฟางสะอื้นไห้ ผ่านไปสักพักก็สะอึกสะอื้นกล่าวว่า “เด็กโง่ลูกเป็นแก้วตาดวงใจแม่ แม่จะไม่ต้องการลูกได้ยังไงอย่าไปฟังคนอื่นเขาพูดจาเลอะเทอะ! แม่ไม่เคยบอกว่าไม่ต้องการลูก แม่มาหาเงินให้ลูก เพื่อให้ลูกได้กินของอร่อย อยู่บ้านหลังใหม่ ซื้อของเล่นให้ลูก!แม่ไม่เคยอยากทิ้งลูกเลย ต่อไปแม่จะไม่แยกกับลูกอีกแล้ว”สามีของฉินฟาง หรือก็คือพ่อของเด็กชายค่อนข้างนิ่งเงียบไม่พูดจา แค่กอดลูกกับฉินฟางไว้ “พ่อสาบานว่าครอบครัวเราจะไม่แยกกันอีกแล้ว!”…………เพราะสองสามีภรรยาฉินฟางคอยปลอบใจ เด็กน้อยจึงรับรู้ได้ว่าตนจำ เป็นต้องผ่าตัดเขาตาเบิกกว้างจ้องพ่อแม่ “พ่อจ๋า แม่จ๋า ผ่าตัดต้องใช้เงินเยอะไหม…ปู่ย่าจะซื้อยายังเสียดาย บอกว่ายาแพงมาก”ฉินฟางมองลูกผู้รู้ความคนนี้ อดสูดลมหายใจลึกๆ เฮือกหนึ่งไม่ได้ “ลูกเอ๋ย อะไรก็ไม่สำ คัญไปกว่าลูก ที่หาเงินก็เพื่อลูก ต่อไปไม่สบายตรงไหนต้องบอกแม่ทันทีเลยนะ แม่กังวลจะแย่แล้ว!”เด็กชายนิ่งเงียบไม่พูดจา“อีกอย่าง ลูกยื้ออยู่แบบนี้ก็จะยิ่งป่วยหนักขึ้น ใช้เงินมากขึ้นอีกได้ยินไหม”เด็กชายไม่เข้าใจเรื่องอื่น