ผู้หญิงคนนี้อายุเพียงยี่สิบกว่าปี เข้ามาแล้วก็เริ่มร้องไห้คร่ำครวญ!“ช่วยลูก ฉันขอร้องล่ะค่ะ”ณ ตอนนี้ เห็นท่าทางเช่นนี้ของเด็กน้อยแล้วน่ากลัวจริงๆสีหน้าขาวซีดไร้ชีวิตชีวา ไม่มีเลือดฝาดเลยสักนิด ริมฝีปากคล้ำหายใจหอบถี่ และที่สำ คัญที่สุดคือหมดสติไปแล้ว!ผู้หญิงคนนี้ตกใจไปหมด ตอนแรกยังพาลูกไปเล่นที่สวนสนุกดีๆ อยู่เลย พอกลับมาแล้วก็กลายเป็นอย่างนี้เสียแล้วพอคิดถึงตรงนี้ ฉินฟางก็หวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง!ฉินฟางไม่ใช่คนเมืองหลวง แต่มาทำงานที่เมืองหลวงกับสามีเธอมารับจ้างทำงานบ้าน ส่วนสามีขับรถแท็กซี่ หลังจากดิ้นรนมาสามสี่ปี ในที่สุดก็หาเงินได้ก้อนหนึ่ง จึงซ่อมบ้านที่บ้านเกิดพวกเขาทิ้งลูกไว้ให้ปู่ย่าที่อยู่ในหมู่บ้านชนบทในมณฑลเป่าเหอดูแลมาตลอดครอบครัวลักษณะนี้มีอยู่มากมายทั่วประเทศ ไม่ถึงกับเป็นเรื่องหายาก แต่เพราะพ่อแม่กับลูกไม่ได้เจอหน้ากันนานจึงทำให้ลูกถึงกับค่อนข้างไม่คุ้นเคยกับพ่อแม่นี่ทำให้ฉินฟางกับสามีต่างห่อเหี่ยวใจพวกเขาสองคนไม่ได้มีการศึกษาสูง จึงอยากหาเงินเพิ่มเพื่อมอบอนาคตที่ดีหน่อยให้ลูกแต่ปีนี้หลังจากกลับบ้านช่วงตรุษจีน ฉินฟางก็พบว่าพอลูกเห็นพวกเขาทั้งสองคนก็ถึงกับเริ่มหลบหน้า รู้สึกไม่คุ้นเคยและเหินห่างกันมากขึ้นเรื่องนี้กระทบจิตใจฉินฟางผู้เป็นแม่อย่างหนักหน่วงโดยไม่ต้องสงสัยช่วงนั้นสองสามีภรรยาทบทวนอยู่นาน คิดไปคิดมาก็เป็นเพราะมีเวลาอยู่กับลูกน้อยเกินไป ทั้งยังไม่รู้จักลูกดีพอ