เห็นว่าอาการคงที่แล้ว ทุกคนจึงถอนใจโล่งอก
จี้ฉวี่มองเสิ่นซิวหย่วน “หมอเสิ่น คืนนี้ลำบากหน่อยนะ เอ่อ…ผู้อำนวยการฉิน หัวหน้าเฉิน พวกคุณกลับไปพักเถอะ คงไม่มีเรื่องอะไรแล้ว”
เฉินชางพยักหน้า มองดูเวลาก็หกโมงกว่าแล้ว
ถ้าเป็นฤดูร้อน ฟ้าคงสว่างแล้ว
เวลาผ่านมาถึงตอนนี้โดยพวกเขาไม่ทันรู้ตัว
เฉินชางเห็นสีหน้าฉินเสี้ยวยวนกับฉินเยว่อิดโรย จึงพูดขึ้นอย่างเห็นใจ “คุณอา เยว่เยว่ วันนี้อย่าเพิ่งกลับเลย พักผ่อนอีกวันแล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับดีไหมครับ”
ฉินเยว่ยังหาวออกมา ทุกคนง่วงแล้ว
โดยเฉพาะฉินเสี้ยวยวนที่ขับรถออกมาตั้งแต่เช้าเมื่อวาน เดิมทีก็ไม่ได้พักผ่อนดีๆ อยู่แล้ว วิ่งไปวิ่งมาขนาดนี้จึงค่อนข้างเหนื่อยล้า
ฉินเสี้ยวยวนพยักหน้า ถอนใจโล่งอก
พอออกมาจากห้องฉุกเฉิน พ่อแม่ของหวังฟ่านก็ลุกขึ้นมา สีหน้าร้อนรนกระวนกระวาย หวังฟ่านก็มาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ เขาดูอกสั่นขวัญหาย
หวังฟ่านรีบวิ่งมา “เฉินชาง! เฉินชาง…ตันตันเป็นไงแล้ว”
พ่อแม่ของหวังฟ่านก็มองเฉินชางอย่างร้อนใจ
เฉินชางถอนใจโล่งอก “ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วครับ ยังต้องดูว่าอาการจะคงที่ได้หรือเปล่า”
เฉินชางบอกตามตรง
เฉินต้าไห่ก็รีบวิ่งเข้ามา เขามารับพวกเฉินชาง พอได้ยิน