ผลครับ!”
เหล่าฉินลุกขึ้นเดินไปเดินมาอยู่ในบ้าน ทันใดนั้นก็พูดว่า “ผม ว่านะ ผมต้องลองคุยกับเสี่ยวเฉิน ปีหน้าลูกสาวเราจะไปเมืองหลวง กับเขาแล้ว ก่อนไปเราสองครอบครัวต้องนั่งคุยกัน เจอกันสักหน่อย เอาอย่างนี้ รอหิมะหยุดตกก่อน หาเวลาวันหยุดสุดสัปดาห์ เราไป บ้านเสี่ยวเฉินกัน คุยเรื่องนี้ให้ชัดเจน
ถึงอย่างไรการแต่งงานก็เป็ นเรื่องใหญ่ จะสะเพร่าไม่ได้ ทั้งสอง รู ้จักกันสามสี่ปีแล้ว มีพื้นฐานความรู ้สึกแล้ว เราสองครอบครัวมา วางแผนเรื่องนี้กัน จากนั้นหาฤกษ์ จดทะเบียนสมรสก่อนค่อยว่ากัน”
จี้หรูอวิ๋นพยักหน้า “อืม มีเหตุผล ไม่อย่างนั้นปีหน้าไปแล้วก็ไม่รู ้ ว่าจะยื้อไปถึงเมื่อไร!”
คิดถึงตรงนี้ จี้หรูอวิ๋นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “ฉันจะคุยเรื่อง นี้กับเยว่เยว่สักหน่อย”
เหล่าฉินได้ยินแล้วพลันพูดว่า “คุณรอลูกสาวกลับมาค่อยคุย กันไม่ได้เหรอ!”
จี้หรูอวิ๋นกลอกตามองบน “คุณไม่รู ้เหรอเวลายิ่งยาวนาน อุปสรรคก็ยิ่งมีมาก”
พอโทรติด จี้หรูอวิ๋นก็พูดกับฉินเยว่ทันที “เยว่เยว่ แม่มีเรื่องจะ คุยด้วย ยุ่งอยู่ไหม”
ฉินเยว่ตอบอย่างร่าเริง “ไม่ยุ่งค่ะ หนูนั่งอยู่ในห้องเวร แม่มีอะไร เหรอคะ พูดได้เลย”
ตอนนี้เอง จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
หลังจากฉินเสี้ยวยวนเปิดประตู ก็อึ้งไปทันที “เสี่ยวเฉิน คุณมา ได้ไงครับ”
เฉินชางยืนอยู่หน้าประตู “คุณน้าคุณอา อยู่กันครบเลยเหรอ ครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วยครับ”
จี้หรูอวิ๋นรีบพูดเสียงเบา “เยว