นพุทธศาสนาหรือไม่ “ผมพกลูกประคำเส้นนี้มาตั้งแต่เกิด และเป็นเพราะลูกประคำพวกนี้ ผมถึงยังมีชีวิตอยู่” ไม่เช่นนั้นเขาคงจะถูกหมอกสีดำกลืนหาย และวิญญาณก็คงจะจากไปนานแล้ว
เพียงคิดถึงหมอกสีดำที่ปรากฏขึ้นตอนเขาหลับ เวินสือเหนียนก็เกลียดพวกมันจับใจ
เฝ่ยไป๋ลู่เริ่มสนใจ หากมีลูกประคำ ก็ต้องควบคู่กับคัมภีร์พระพุทธศาสนา “แล้วคุณรู้วิธีท่องพระคัมภีร์ไหม มีใครสอนคุณหรือเปล่า?”
“เกิดมาก็ทำได้เลย” เวินสือเหนียนให้คำตอบที่ไม่คาดคิดกับเฝ่ยไป๋ลู่
‘ทั้งพกลูกประคำและท่องคาถาพระพุทธได้แต่กำเนิดเลยหรือนี่’ เฝ่ยไป๋ลู่รู้สึกประหลาดใจ และอดพูดติดตลกไม่ได้ว่า
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็อาจจะเป็นชาวพุทธมาตั้งแต่ชาติก่อนก็ได้นะ”
สิ้นเสียงเฝ่ยไป๋ลู่ เสียงฟ้าร้องก็ถาโถมลงมา กระแทกหน้าต่างจนสั่นสะเทือน
ราวกับเสียงคำรามของฟ้าร้องได้ปลุกความทรงจำเลวร้ายขึ้นมา ทันใดนั้นก็มีภาพหนึ่งแวบเข้ามาในหัวเวินสือเหนียน
ในภาพนั้น ร่างเขาเต็มไปด้วยเลือดจนมองสีเดิมของเสื้อผ้าไม่ออก ขณะที่ของเหลวหนืดข้นไหลลงมาตามเรียวนิ้ว
ใต้ฝ่าเท้ามีศพกองพะเนินเรียงรายไกลสุดลูกหูลูกตา
…แด่พระพุทธองค์เอ๋ย
นี่มันพระพุทธเจ้าผู้เกรี้ยวกราดหรือ?
ทันใดนั้น ดวงตาของเวินสือเหนียนเข้มขึ้นราวกับเหวไร้ก้นบึ้ง
เขาหันมองเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยสายตาจริงจัง “บางทีคุณอาจคำนวณผิด ผมอาจเคยฆ่าคนนับไม่ถ้วนในชาติก่อน จนส่งผลกรรมมาถึงชาตินี้”
เฝ่ยไป๋ลู่สบตาสีเข้มของเขา เธอรู้สึกเหมือนกำ