อะไรครับ แน่นหน้าอก หรือว่าใจสั่นครับ”
เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ พูดอย่างเสียใจเล็กน้อย “ผม…ทรมานตรงหัวใจครับ!”
เฉินชางขมวดคิ้ว “อืม เอาอย่างนี้ ผมวัดความดันโลหิตให้ก่อนครับ”
เด็กหนุ่มอยากปฏิเสธ แต่เห็นเฉินชางจริงจังขนาดนี้ก็ปล่อยเขาไป
วัดความดันโลหิตเสร็จ เฉินชางอึ้งไปทันที “ปกติมาก 110/70mmHg! ดีมากนะ รู้สึกไม่สบายตรงหัวใจได้อย่างไรครับ ผมดูสิว่าต้องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจไหม”
เด็กหนุ่มส่ายหน้า “คลื่นไฟฟ้าหัวใจเหรอครับ ไม่ต้องครับ แค่ทุกครั้งที่ผมสอบเสร็จ ในใจเหมือนมีไฟกองหนึ่งกดทับอยู่ ผมรู้สึกว่าในใจร้อนรนมาก ทรมานมาก…วันนี้ผมก็เพิ่งสอบเสร็จแล้ว คะแนนไม่ดีเท่าไร ไม่มีคนให้ระบาย ผมเดินผ่านโรงพยาบาลอันดับสอง เห็นว่าถูกดีเลยมาคุยกับคุณสักหน่อย…”
ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น!
เด็กหนุ่มลุกขึ้น “ขอบคุณครับคุณหมอ ผมไปก่อนนะครับ!”
ตอนนี้เฉินชางรู้สึกว่าอาการของตนทรมานเหมือนเด็กหนุ่มคนนี้!
ไฟสุมอกจนแทบทนไม่ไหวแล้ว!
คุณเห็นแผนกผู้ป่วยนอกเป็นห้องให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาแบบนี้จะดีเหรอ
จ่ายห้าหยวนให้ผมคุยเป็นเพื่อนคุณครึ่งบ่าย!
คิดถึงตรงนี้ เฉินชางก็รู้สึกว่าตนก็ไม่สบายใจ พลันหยิบเครื่องวัดความดันโลหิตขึ้นมาวัดให้