เฉินชางรีบพูด “ลากเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจมาหน่อยครับ”
คุณหมอให้ความร่วมมืออย่างดี ไม่นานก็ตรวจเสร็จ
เฉินชางมองดูภาพคลื่นหัวใจ หลังจากเทียบกับของสองสามวันก่อน ก็เริ่มค่อยๆ เข้าใจทุกอย่างแล้ว!
แต่เฉินชางยังไม่ได้พูดออกมา เขายังต้องยืนยันคำวินิจฉัยในใจอีกทีหนึ่ง
พอคิดถึงตรงนี้ เฉินชางก็รีบเอ่ยถาม “ตอนที่คุณยายพึ่งมานอนโรงพยาบาลเคยได้รับการตรวจฟังเสียงหัวใจไหมครับ”
พอหมอเจ้าของไข้ได้ยินเข้าก็หน้าแดงไปครู่หนึ่งทันที
บนประวัติเข้าโรงพยาบาลเขียนไว้แล้ว แต่…หลักๆ ก็มีแต่เขียนตามแบบฟอร์ม ไม่ได้มีสาระอื่นใด
เฉินชางอ่านชาร์ตคนไข้แล้วถามตัวเองอีกครั้ง เขารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ได้ชี้ออกมาก็เท่านั้น
ไม่อย่างนั้นหมอเจ้าของไข้ที่อยู่ต่อหน้าผู้อำนวยการกับครอบครัวจะอับอายขนาดไหน!
หมอหนุ่มมองเฉินชางอย่างซาบซึ้งแล้วพยักหน้า “ฟังเสียงมาแล้วครับ”
เฉินชางไม่ได้สงสัย เพราะสำหรับหมอแผนกโรคหัวใจแล้ว นี่เป็นการตรวจตามปกติ อาจจะขี้เกียจเขียนในชาร์ตคนไข้ แต่การดำเนินการเข้าโรงพยาบาลตามปกติก็ต้องทำอยู่ดี!
เขาถามต่อ “อ๋อ งั้นตอนนั้นคุณได้ยินเสียงฟู่หรือเปล่าครับ”
พอหมอได้ยินคำถามของเฉินชางก็ขมวดคิ้ว หลังจากครุ่นคิด