เช้าวันถัดมา เฉินชางมาถึงห้อง ICU แต่เช้า หลังจากเปลี่ยนรองเท้าเดินเข้าไปก็เห็นว่าเฉิงเฉิงตื่นแล้ว
ดวงตาคู่โตกำลังจ้องเฉินชาง หลังจากมั่นใจในสายตาแล้ว เธอก็ยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์ “คุณอาคะ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตหนูนะคะ!”
เฉินชางถามพร้อมรอยยิ้ม “คุณหมอมีหน้าที่รักษาโรค ช่วยชีวิตคน ก็เหมือนที่คุณลุงตำรวจมีหน้าที่ปกป้องประเทศไงครับ จริงสิ รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม”
เฉิงเฉิงส่ายหน้า “ไม่ค่ะ หนูแค่รู้สึกว่าตัวเองนอนไปนานมากๆ ตื่นขึ้นมาอีกทีรู้สึกสบายมาก ไม่แน่นหน้าอกแล้ว สบายไปทั้งตัวเลยค่ะ!”
หลังจากเฉินชางขอพยาบาลดูบันทึกข้อมูลทุกด้านก็โล่งอก ไม่มีปัญหาอะไร ในขณะที่กำลังจะจากไป จู่ๆ เฉิงเฉิงก็เรียกเฉินชางไว้ “คุณอาคะ”
เฉินชางชะงัก พลันหันมา “มีอะไรหรือเปล่าครับ”
เฉิงเฉิงยิ้มพูด “ความจริงหนูไม่ได้โกรธ หนูไม่โทษคุณที่บอกความลับของเรากับแม่”
เฉินชางยีหัวเฉิงเฉิง “อย่าซนนักนะครับ พักผ่อนให้ดี อีกไม่กี่วันก็หายแล้ว”
เฉิงเฉิงพยักหน้า “ค่ะ เฉิงเฉิงเป็นเด็กดีมาก!”
ตอนที่เฉินชางออกจากห้อง ICU เจอหัวหน้าเจิ้งที่กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดพอดี “หัวหน้าเจิ้ง เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
เจิ้งหย่งจวินมองเฉินชาง เตรียมจะส่ายหน้า แต่