ิงหงอี้เอ่ยต่อ “กรอไปข้างหลังสิ ผมอยากเห็นว่าน้องชายผมบาดเจ็บยังไง พวกคุณกล้าดียังไงมาทำร้ายเขา คนที่จะจับจะตีก็เป็นหน้าที่หน่วยงานตำรวจนี่นา!”
พอได้ยินคำนี้เข้า เฉินชางก็รู้สึกตงิดๆ อดมองเฝิงหงอี้อย่างเย็นชาไม่ได้
เฝิงหงอี้เห็นชายหนุ่มอย่างเฉินชางจ้องตนอยู่จึงหัวเราะหยัน “จ้องอะไรน่ะ ทำไม คุณทำร้ายน้องชายผมเหรอ ให้ค่ายาค่าหมอไหม ค่าขาดงานนี่ไม่ใช่เงินหรือไง คุยกันทีละเรื่องไหม”
เฉินชางหัวเราะเย็นชา ไม่ได้พูดจา
เฝิงหงอี้พูดหัวเราะเยาะเย้ย “อนาคตไกล!”
หนิวเจิ้งเห็นสถานการณ์จึงเอ่ยทันทีว่า “นี่คุณกำลังยั่วยุให้เกิดเรื่อง ให้ผมพาตัวคุณไปเลยไหม”
เฝิงหงอี้หัวเราะหึหึ “ผมไม่ได้ทำความผิดสักหน่อย ไก่อ่อนถึงได้ไปพึ่งตำรวจ”
เขาพูดเสียงเบามาก แต่พวกเฉินชางกลับได้ยิน ทุกคนจึงคร้านจะถือสาเขา หนิวเจิ้งก็จนใจกับนักเลงแบบนี้ที่เป็นแขกประจำของสถานีตำรวจท้องที่ พนันต่อยตีอะไรก็เคยทำมาหมดแล้ว ไม่รู้จริงๆ ว่าพ่อสั่งสอนอย่างไรถึงได้มีลูกโง่แบบนี้สองคน
เพราะเขาพึ่งพาเส้นสายของพ่อ ทุกคนจึงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
ภาพเล่นต่อไปข้างหน้า จู่ๆ ทุกคนก็เห็นว่าในภาพพลันมีชายคนหนึ่งปรากฏตัว เขาโฉบออกมาชิงตัวฮ