ห้ทั้งสองศึกษาดูใจกันอีกสักหน่อย ทว่าเห็นแก่ที่ลูกชายชอบผู้หญิงคนนี้มาก จึงยิ้มพูด “ยังไงก็ต้องถามความคิดเห็นของเด็กๆ”
เถียนเจิ้นเองก็ไม่เด็กแล้ว ควรแต่งงานแล้ว จึงไม่ได้พูดอะไร
แม้ตั้งแต่รู้จักกัน คบหาดูใจกันจนถึงตอนนี้แค่เดือนกว่า แต่ฝ่ายหญิงสวยขนาดนี้ และยังจบจากต่างประเทศ เถียนเจิ้นชอบมาก
พ่อแม่ฝ่ายชายหัวโบราณกว่า รับการแต่งงานสายฟ้าแลบแบบนี้ไม่ได้ พลันพูดอย่างเป็นห่วง “หรือไม่ก็ศึกษาดูใจกันไปก่อน ถึงยังไงประสบการณ์การศึกษาและชีวิตของทั้งสองก็ไม่เหมือนกัน อยู่ด้วยกันไวขนาดนี้ เกรงว่าแต่งแล้วมีความขัดแย้งอะไรตามมา”
สุดท้ายจู่ๆ พ่อแม่ฝ่ายหญิงก็หัวเราะขึ้นมา “ฮ่าๆๆ เด็กสมัยนี้วู่วาม คิดไวทำไว เจอคนที่เหมาะสมก็อยากแต่งงาน แต่ที่คุณพูดก็ถูก ศึกษาดูใจกันไปก่อนก็ได้ แต่วันหลังเถียนเจิ้นมาเที่ยวที่บ้านนะคะ ไปเยี่ยมคุณย่าสักหน่อย แต่สมัยเรา ความจริงก็คนอื่นแนะนำให้รู้จักกัน หลังจากนั้นไม่นานก็แต่งงานกัน นี่ก็อยู่ด้วยกันมาครึ่งชีวิตแล้ว ก็ถือว่าดีมากนะ!”
ความจริงสำหรับทุกคน คนที่ญาติพี่น้องหรือเพื่อนสนิทแนะนำ ทุกคนก็มักจะรู้สึกว่าเชื่อถือได้มากกว่า
ถึงอย่างไรนี่ก็หมายถึงการรู้เบื้องลึกเบื้องหลัง