มาตั้งหลายรอบแล้ว
ดั่งคำที่ว่าครั้งแรกไม่คุ้นเคย ครั้งที่สองคุ้นชิน ครั้งที่สามเปิดประตูต้อนรับ
ฉินเสี้ยวยวนเห็นเฉินชางเข้ามาพลันเผยรอยยิ้ม “นั่งก่อน ผมชงชาให้ ชาปี้หลัวชุนหรือชาหลงจิ่งดี”
หลังจากเฉินชางได้ยินแล้วเพ่งสมาธิทันที วิเคราะห์อย่างจริงจัง
หรือชาสองชนิดนี้ มีความหมายอะไรแอบแฝง
ชาปี้หลัวชุนชาหลงจิ่ง!เป็นชาเขียวทั้งนั้น…หรือ…มีความหมายอื่นแอบแฝง
เฉินชางยิ้มอย่างอึดอัด “มีจินจวิ้นเหมยไหมครับ”
ฉินเสี้ยวยวนชะงักไปทันที “หืม? ไม่ชอบชาเขียวเหรอ ชาเขียวดับร้อน ผมว่าคุณร้อนใจมากนะครับ”
เฉินชางยิ้มกระอักกระอ่วน “ช่วงนี้ความเย็นรุกกระเพาะอาหาร คุณหมอให้ผมดื่มอะไรอุ่นๆ…”
อืม!
เฉินชางรู้สึกว่า บทสนทนาสองประโยคก่อนหน้านี้มีระดับมาก!
เหมือนคุยเรื่องชา ความจริงกลับเป็นสงครามอย่างแท้จริง
ฉินเสี้ยวยวนยิ้ม หยิบจินจวิ้นเหมยกล่องหนึ่งออกมา ชงให้เฉินชาง
เจ้าหมอนี่เห็นที่นี่เป็นบ้านแล้วจริงๆ เหรอ
ฉินเสี้ยวยวนอดยิ้มไม่ได้ หยิบจินจวิ้นเหมยออกมากำลังจะชง
จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรผิดปกติ ทันใดนั้น…ก็พูดอย่างประหลาดใจ “คุณรู้ได้อย่างว่าที่ผมมีชาแดง”
เฉินชางหลุดปากออกมา “อ้อ! เมื่อวานฉินเยว่บอกว่าคุณเอาจินจวิ้