นะ เหล่าจ้าว ถ้าเฉินชางอายุมากกว่านี้อีกสักห้าปี ผมกล้าดึงเขามาเป็นรองผู้อำนวยการ!”
จ้าวซิวผิงอึ้งงัน
“ถ้าอย่างนั้น หาเวลาเรียกเขามาคุยสักหน่อยไหมครับ”
เฉียนเลี่ยงพยักหน้า “ได้ครับ ผมให้หลานชายผมนัดให้!”
จ้าวซิวผิงชะงัก ก่อนจะพูดว่า “ให้หลานชายคุณนัด ดูลวกๆ ไปหรือเปล่า”
เฉียนเลี่ยงยิ้มอย่างลึกลับ “หลานชายผมเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับเขา นัดออกมาแบบนี้สะดวกกว่า อีกอย่าง…จะแหวกหญ้าให้งูนื่นไม่ได้! เพราะข้างกายเสี่ยวเฉินมีสายสืบของผู้อำนวยการฉิน…”
ประโยคนี้ ทำให้ทุกคนมึนงงเล็กน้อย
…………เฉินชางกลับโรงพยาบาลอย่างรีบร้อน กลางวันยังหลับในห้องเวรไปหนึ่งชั่วโมง
และวันนี้เป็นวันประชุมของโรงพยาบาล การสื่อสารของหัวหน้าแน่ละแผนกจบลงในช่วงเช้า แน่นอนประมาณสี่โมงเย็น จู่ๆ ฉินเสี้ยวยวนก็ได้รับสายหนึ่ง “เหล่าฉิน โรงพยาบาลคุณมีคนชื่อเฉินชางไหม”
หลังจากฉินเสี้ยวยวนรับสายก็อึ้งไปทันที “ใช่ครับ ทำไมเหรอครับ”
“เฮ้อ…พูดอย่างไรดี นอนนี้โรงพยาบาลมากมายสืบเรื่องของเฉินชางจากผม ถามผมว่าสะดวกย้ายบุคลากรไหม นอนกลางวันผู้อำนวยการสยงจากโรงพยาบาลเบธูนโทรหาผม เมื่อครู่นี้ผู้อำนวยการจ้าวซิวผิงจากโรงพยาบาลนงน้าสาขาหนึ่งก็โทร