้างตื่นเต้น
หลังจากรีบร้อนมาถึงโรงพยาบาลอันดับสอง เมิ่งซีก็รอเฉินชางอยู่นอกห้องผ่าตัดแล้ว
พอพวกเขาเข้ามา หลังเปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว เมิ่งซีก็พูดขึ้นว่า “เสี่ยวเฉิน เข้าไปอย่าพูดจามั่วซั่ว ผู้ป่วยเป็นพ่อของผู้อำนวยการจ้าวโรงพยาบาลเรา เขาผ่าหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองมา ผลก็คือตอนผ่าตัดทำให้เกิดบาดแผลหลอดเลือดแดงอินโนมิเนตหย่อนลงหาหลอดเลือดดำจากการรักษา ตอนนี้สถานการณ์พิเศษมาก หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญหลายคนอยู่ที่หน้างานกันหมด ขนาดผู้อำนวยการจ้าวก็อยู่ อย่าพูดจาเรื่อยเปื่อย”
เฉินชางเข้าใจ! ที่แท้ก็คือการบาดเจ็บที่เกิดจากการรักษา แถมยังเป็นการบาดเจ็บที่หมอโรงพยาบาลตัวเองทำด้วย สถานการณ์แบบนี้ใครก็กังวล
เฉินชางถามอย่างอดไม่ได้ว่า “ใครผ่าตัดครับ”
เมิ่งซีถอนใจ “หัวหน้าเว่ย เว่ยเสียง!”
เฉินชางพยักหน้า
เว่ยเสียงก็เป็นหัวหน้าอาวุโสคนหนึ่ง เขาเด็กกว่าซย่าเกาเฟิงหลายปี มากทั้งอำนาจและวัยวุฒิ มีแนวโน้มว่าจะได้เป็นหัวหน้ารุ่นใหม่อยู่กลายๆ ส่วนซย่าเกาเฟิงถึงอย่างไรก็อายุมากแล้ว คาดว่าอีกไม่กี่ปีก็จะเกษียณ และเว่ยเสียงก็เป็นหนึ่งในผู้สมัครหัวหน้าแผนกศัลยกรรมหัวใจของโรงพยาบาลตงต้าสาขาหนึ่ง
ตอนนี้หลังจากเมิ่งซีพาเฉินชางเข้ามา ภายในห้องผ่าตัดก็มีหัวหน้ามาแล้วเจ็ดแปดคน
ไม่มีหมอน้อยสักคน…
แต่ซย่าเกาเฟิงก็ไม่อยู่
เฉินชางไม่เปลี่ยนสีหน้า ไม่ได้สวมชุดผ่าตัด แต่ยืนมองดูจอโทรทัศน์อยู่ที่เดิม
พอดูแบบนี้ เฉินชางยังค่อนข