นคนนอกนะคะ จริงสิ เสี่ยวเฉิน คุณมีรถไหมคะ ให้คนขับรถไปส่งคุณไหม”
เฉินชางรีบพูดพร้อมรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวนี้โบกรถสะดวก ผมโบกรถไปก็พอครับ ไม่เป็นไรเลยจริงๆ”
จางอ้ายเซียงได้ยินแบบนี้จึงรีบพูดว่า “เสี่ยวเฉิน คุณขับรถเป็นไหมคะ”
เฉินชางพยักหน้า “ก็พอเป็นครับ ตอนอยู่ที่บ้านเกิดก็ขับอยู่บ่อยๆ”
จริงๆ แล้ว ขับเป็นหรือไม่เป็น เขารู้อยู่แก่ใจ…
อืม…ถึงอย่างไร รถตู้ของเฉินต้าไห่ เฉินชางก็ซิ่งมาแล้ว
จางอ้ายเซียงได้ยินแล้วเปิดกระเป๋าที่อยู่บนตู้ หยิบกุญแจรถดอกหนึ่งออกมายื่นให้เฉินชาง “เสี่ยวเฉิน ถ้าคุณไม่รังเกียจ คุณเอารถคันนี้ไปขับก่อนนะคะ รถคันนี้ตั้งแต่ซื้อมาฉันขับไปไม่กี่ครั้ง ฉันคิดว่าออกจากโรงพยาบาลวันนี้ เลยให้พ่อบ้านขับรถมาจอดไว้ข้างล่าง คุณเอาไปขับเถอะค่ะ”เฉินชางเห็นกุญแจรถแล้วอึ้งไปทันที
ปอร์เช่…
เฉินชางรีบส่ายหน้า พูดพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ต้องครับๆ คุณผู้หญิงเกรงใจเกินไปแล้ว รถคันนี้แพงเกินไปครับ”
เจิ้งกั๋วถานได้ยินแล้วตาเป็นประกายทันที “เสี่ยวเฉิน รถคันนี้จอดอยู่ในโรงรถนานมากแล้ว คุณเอาไปขับเถอะ กลับไปก็ฝุ่นเกาะ”
จางอ้ายเซียงรีบพยักหน้ารับ “ใช่ค่ะ คุณอย่าเห็นฉันเป็นคนอื่นเลย ช่วยฉันขนาดนี้ ฉันยังไม่ทันขอบคุณเลย รถคันหนึ่งเรื่องเล็ก วันนี้คุณเอาไปขับก่อน เดี๋ยวอีกสองสามวันไปเที่ยวที่บ้าน ฉันพาคุณไปดูโรงรถ คุณชอบคันไหนก็บอกฉัน ฉันให้คุณ!”
อืม!
คุณผู้หญิงใหญ่ก็คือคุณผู้หญิงใหญ่อยู่วันย