นไปที่ลิฟต์พร้อมกัน
ส่วนเฉียนหลินกับสหายตัวประกอบ A ที่อยู่ข้างหลังสบตากันไปมา
อาจารย์ครับ ไหนบอกว่าจะให้เราลองลงสนาม บอกว่าจะให้เราลงมือ…ทำไมอาจารย์เจอเฉินชางทีไหนก็ไม่มีกฎเกณฑ์ทันทีเลย
เฉียนหลินเสมองสหายตัวประกอบ A แวบหนึ่ง “ยังจะไปอยู่ไหม”
สหายตัวประกอบ A พลันตอบ “ไปทำไม ไปก็โดนด่าสิ”
เฉียนหลินขมวดคิ้ว “ไม่แน่นะ ไม่แน่ว่า…คนที่ถูกกระตุ้นคือหัวหน้าเอง”
สหายตัวประกอบ A หัวเราะเยาะ “หัวหน้าถูกกระตุ้นแล้วด่าใคร”
เฉียนหลินชะงักไปทันที จริงด้วย…
ไม่ว่าทางไหนก็โดนด่า!
ขณะนี้เถามี่มองทั้งสองที่อยู่นอกลิฟต์ พลันพูดว่า “คุณสองคนทำอะไรอยู่ ยังไม่รีบเข้ามาอีก”
ทั้งสองสบตากันพร้อมกับถอนหายใจคราหนึ่ง!
ทุกคนล้วนโชคชะตากรรมเดียวกัน กลั่นแกล้งใครไม่ว่า แต่จะกลั่นแกล้งลูกศิษย์ทำไม!
เฉินชางทักทายทั้งสองอย่างเป็นมิตร เฉียนหลินและเพื่อนอีกคนตอบรับพร้อมฝืนยิ้ม
เถามี่ยิ้ม “ตอนแรกวันนี้จะพาสองคนนี้ไปลองลงสนามจริงสักหน่อย จริงสิ เสี่ยวเฉิน ทำไมจู่ๆ คุณถึงขึ้นมาครับ”
เฉินชางตอบ “เกิดแรงบันดาลใจนิดหน่อย เลยมาลองครับ”
เถามี่ได้ยินแบบนี้พลันพูดอย่างอิจฉา “หืม? เกิดแรงบันดาลใจเหรอ หายากมากนะครับ รักษาเอาไว้ให้ดี!”
[1] คนเขลาสามคน เทียบเท่าหนึ่งจูกัดเหลียง เป็นสุภษิตจีนเปรียบเทียบว่า แม้เป็นคนโง่ แต่ถ้าร่วมแรงร่วมใจกันก็อาจสร้างผลลัพธ์ได้เท่าคนฉลาดอย่างจูกัดเหลียง (ขงเบ้ง)