งก็ทำแบบนี้เอาสนุก หมอที่อยู่รอบๆ ชินมานานแล้ว เฉินชางทำได้เพียงถอนหายใจอย่างจนใจ ความจริงแล้ว…เขาอยากจริงๆ นะ…
แต่ข้าวต้องค่อยๆ กินทีละคำ การผ่าตัดก็เช่นกัน แผนกฉุกเฉินก็จำเป็นต้องมีหมอแผนกศัลยกรรมประสาท การบาดเจ็บภายนอกที่กะโหลกมีไม่น้อย มิหนำซ้ำอัตราการเสียชีวิตก็ยังสูง
การผ่าตัดราบรื่น เฉินชางกลับมาถึงแผนกฉุกเฉิน เข้าไปในห้องสังเกตอาการ
จู่ๆ ก็เห็นว่าตอนนี้เด็กหญิงสามขวบคนนั้นจ้องมารดาของตน ไม่พูดไม่จาสักคำ
เด็กชายอายุสิบขวบที่อยู่ข้างๆ ก้มหัวลงมามองเด็กหญิงตัวน้อย “ชู่…แม่ผ่าตัดเสร็จแล้ว เพิ่งหลับไป หนีหนีอย่าเสียงดังทำให้แม่ตื่น”
เด็กหญิงตัวน้อยพยักหน้าแล้วก็ยืนอยู่ตรงนั้นแบบนี้ สายตาจ้องมารดา ในใจไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
แต่มือของเธอจับนิ้วชี้ของพี่ชายไว้แน่น พลันรู้สึกมั่นคงขึ้นมาก
เฉินชางมองดูแล้วจึงเดินเข้าไป มองฉางลี่น่าแล้วเอ่ยถาม “ติดต่อครอบครัวรึยัง”
ฉางลี่น่าถอนใจ “ติดต่อได้แล้วค่ะ แต่คุณปู่คุณย่าของเด็กๆ อยู่นอกมณฑล จะนั่งรถไฟมาคืนนี้ พรุ่งนี้ถึงมาหาได้”
เฉินชางพยักหน้า ถามว่า “วันนี้ใครอยู่เวรดึกเหรอ ดูแลเด็กๆ หน่อย”
ตอนนี้เอง เล่อเล่อเดินหอบขนมกองหนึ่งเข้ามา
เฉินชางอึ้งไป “เล่อเล่อ คุณ…สมบูรณ์ขนาดนี้แล้ว ยังซื้อขนมเยอะขนาดนี้เหรอ ไม่กลัวไขมันน้ำตาลความดันสูงหรือไง!”
เล่อเล่อส่งเสียงเชอะ ทั้งยังไม่สนใจ กลับหัวเราะพลางพูดกับเฉินชางว่า “ฉันซื้อมาให้เด็กๆ ค่ะ เห็นว่าพวกเข