้อย่างลึกซึ้ง เรื่องของหยางหย่วนช่วงก่อนก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดแล้วไม่ใช่เหรอ
ญาติคนไข้ไม่เซ็น หมอก็ไม่มีสิทธิ์ผ่าตัด
จางตันหนีที่เป็นหมอเวรอัลตราซาวด์เห็นเฉินชางทำแบบนี้ก็อดชูนิ้วโป้งชื่นชมไม่ได้ “คุณหมอเฉินเก่งจริงๆ ความสามารถในการสื่อสารกับญาติคนไข้แบบนี้ไม่ใช่ความสามารถที่คนทั่วไปจะมีได้ ไปเรียนมาจากไหนคะ”
เฉินชางเฉินชางนึกถึงเหล่าเฉิน เหล่าเฉินจัดการปัญหาความสัมพันธ์จริยธรรมที่ซับซ้อนแบบนี้เก่งที่สุด คงจะเหล่าเฉินสอนเขาล่ะมั้ง?
จางเยียนรีบย้ายคนไข้ไปที่ห้องผ่าตัดแผนกสูตินรีเวช
ภารกิจกู้ชีพเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
เฉินชางไม่มีความรู้ด้านการผ่าตัดสูตินรีเวช บวกกับต้องเข้าเวรจึงไม่ได้ไปร่วมด้วย
แม่สามีและน้องสาวสามีนั่งอยู่อย่างกระวนกระวาย เฉินชางไม่ได้พูดอะไรมาก
ประมาณสามชั่วโมง จางเยียนเดินออกมาอย่างเร่งรีบ
“คนไข้อาการคงที่ชั่วคราวแล้ว ทำเรื่องย้ายแผนกไปที่แผนกสูตินรีเวชก่อนเถอะค่ะ ที่นั่นพูดง่ายกว่าหน่อย” จางเยียนพูดกับเฉินชาง
เฉินชางพยักหน้า พาจางเยียนเดินออกไป
“การผ่าตัดราบรื่นมากค่ะ คนไข้ปลอดภัยแล้ว ต้องไปรับการรักษาที่แผนกสูตินรีเวชต่อ”
แม่สามีโล่งอกไปที
ส่วนน้องสาวสามียังคงถามต่อ “คุณหมอคะ สถานการณ์เป็นยังไงกันแน่”
จางเยียนส่ายหน้า “ตอนนี้กลางคืน ส่งรายงานอาการไปแล้วค่ะ แต่แผนกโรควิทยาเลิกงานไปแล้ว ต้องรอผลตรวจอีกสักระยะ เพราะฉะนั้นสาเหตุยังไม่ยืนยันค่ะ”
คนทั้งบ้านจึง