[2]”
พอได้ยินคำพูดของเฉินชาง ไป่เจี้ยนหมิงก็เริ่มนำภาพผลตรวจมาอ่านอย่างละเอียด
แต่…ก็ไม่พบสัญญาณที่มีนัยยะสำคัญทางสถิติเท่าไร
จากนั้นเขาก็มองเสี่ยวเฉิน ไม่ใช่ว่ามองแบบดูถูก แต่กล่าวเสียงเรียบว่า “ถ้ามีการบาดเจ็บที่หลอดเลือดแดงอินโนมิเนท อาร์เทอรี่ ดูบนแผ่นเอกซเรย์ก็จะเห็นว่าเมดิแอสตินัมฝั่งเดียวกันกว้างขึ้น แล้วก็จะมีสัญญาณบางอย่าง เช่นชีพจรตรงข้อมือฝั่งเดียวกันและ (หรือ) ชีพจรข้างคอหายไปหรืออ่อนลง เกิดภาวะเลือดออกภายในอย่างรุนแรง เกิดภาวะบีบรัดหัวใจหรือไม่ก็หลอดลมถูกกดทับ”
ขณะที่พูด เขาก็พาเฉินชางไปที่ห้องฉุกเฉิน หลังจากตรวจแล้วก็พบว่าชีพจรทุกอย่างปกติ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสัญญาณของภาวะบีบรัดหัวใจกับหลอดลมถูกกดทับเลย
เฉินชางลังเลนิดหน่อย หรือว่าตัวเองจะคิดผิดไป
แต่การตรวจภาพถ่ายภาพรังสีทรวงอกของเขาอยู่ในระดับสมบูรณ์นะ!
เขาจำได้รางๆ ว่า ภาพผลตรวจนี้มีการฟกช้ำที่หลอดเลือดแดงอินโนมิเนท อาร์เทอรี่อยู่
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางก็ตัดสินใจจะเตือนสักหน่อย
“หัวหน้าแผนกไป่ ที่จริงความเสียหายของหลอดเลือดแดงอินโนมิเนท อาร์เทอรี่ ไม่ใช่ว่าจะแสดงให้เห็นบนแผ่นเอกซเรย์เสมอไป ยกตัวอย่างเช่นถ้ามีความเสียหายตรงส่วนปลายหลอดเลือด ชีพจรก็ยังปกติอยู่ดี แถมบนแผ่นเอกซเรย์ก็ไม่มีลักษณะพิเศษชัดเจน วินิจฉัยยากมากด้วย ผมเลยคิดว่าอย่างน้อยพวกเราถ่ายภาพซีทีสแกนก่อนแล้วค่อยว่ากันดีกว่าครับ…”
ไป่เจี้ยนหมิงขมวดคิ้วเล็ก