งถาม
หวังโส้วยิ้มเรียบๆ “เขาทำไม่ไหวหรอกครับ!”
ถ้าจะถามว่าใครเข้าใจระดับทักษะของคนคนหนึ่งได้ดีที่สุด คำตอบก็คืออาจจะเป็นคู่แข่งของเขา
หวังโส้วกับเฉียนเลี่ยงแข่งขันกันมาทั้งชีวิต แม้จะสู้แล้วล้มเหลวมาตลอด แต่หวังโส้วก็ไม่เคยยอมแพ้อยู่ดี
สวี่เฉิงอึ้งทันที…
เฉียนเลี่ยงทำไม่ได้ หวังโส้วก็ทำไม่ไหวเช่นกัน แล้วทั้งมณฑลตงหยางยังจะมี…ใครทำได้อีก!
ตอนนี้แม้แต่หมอคนอื่นที่เข้าร่วมผ่าตัดด้วยก็เผยสีหน้างุนงงแล้วเช่นกัน
ยังมีใครทำได้อีก…
หวังโส้วถอดถุงมือ แล้วพูดกับสวี่เฉิงและวิสัญญีแพทย์ว่า “รักษาสัญญาณชีพผู้ป่วยเอาไว้สักครู่ครับ ผมจะออกไปโทรศัพท์ เสี่ยวหลิวช่วยผมเตรียมหนังสือแจ้งภาวะเจ็บป่วยวิกฤตให้ผู้ป่วยด้วย”
จากนั้น หวังโส้วก็ถือโทรศัพท์เดินออกไปข้างนอก
ยังดีที่เมื่อครู่นี้เหอทงส่งเบอร์โทรศัพท์มาแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้ ทำให้ต้องคงสัญญาณชีพของผู้ป่วยเอาไว้ ถึงได้ถ่วงเวลามาจนถึงตอนนี้
หลังจากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หวังโส้วก็รู้สึกอับอายอยู่บ้าง!
อย่างไรเสีย เมื่อคืนก็เพิ่งพูดต่อหน้าเฉินชางไปว่า ก็แค่เท่านี้เอง
นึกไม่ถึงว่าจะได้ตบหน้าตัวเองเร็วขนาดนี้!
พอนึกถึงตรงนี้ หวังโส้วก็หน้าซีดสลับแดงอยู่พักหนึ่ง หัวหน้าแผนกผู้สง่าผ่าเผยคนหนึ่ง เชิญหมอตำแหน่งเล็กๆ มาช่วยผ่าตัด ต้องทำให้คนมากมายหัวเราะเยาะแน่นอน
แต่…ไม่เป็นไร
ช่วยคนก่อนแล้วกัน
เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเฉินชาง
……
……
เฉินชางเห็นคนแปลกหน้า