ตแล้วเช่นกัน
หยางจยาฮุ่ยจูงมือฉินเยว่มาคุยกันสองคน ส่วนเฉินต้าไห่กับเฉินชางก็ดื่มเหล้าขาวนิดหน่อย
ตอนนี้เอง จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูแรงๆ ดังอยู่พักหนึ่ง
ตามด้วยเสียงร้องไห้งอแงของเด็กน้อย เสียงร้องดังจนแม้จะมีลานบ้านกั้นก็ยังได้ยินชัดเจน
เฉินต้าไห่รีบลุกขึ้นวิ่งไปเปิดประตู เห็นผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มเด็กเดินเข้ามา
“ลุงเฉินคะ เฉินชางอยู่บ้านไหม”
เฉินต้าไห่เห็นแล้ว พบว่าเป็นเฉินเยี่ยนนี คนในหมู่บ้าน
“อยู่สิ อยู่สิ รีบเข้ามาในบ้านก่อน เด็กเป็นอะไรไป”
เฉินเยี่ยนนีร้อนใจแทบแย่แล้วเช่นกัน “ลูกฉันข้อแขนหลุดค่ะ แต่เหมือนไม่ได้หลุดปกติ พอฉันไปแตะโดนลูกก็เจ็บมาก”
หมอในหมู่บ้านตอนนี้เป็นหญิงสาวอายุน้อยทั้งนั้น หลังจากหมอเท้าเปล่า[2]รุ่นก่อนแก่ตัวลงแล้วเกษียณ หมออายุน้อยเหล่านั้นก็จะตรวจให้คนไข้แทน งานในแต่ละวันก็ไม่มีอะไรมากนอกจากบันทึกประวัติโรคเรื้อรัง ติดตามอาการผู้ป่วย ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ อะไรทำนองนั้น คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ถ้าไม่สบายก็จะไปโรงพยาบาล
นี่ก็เป็นสาเหตุว่าทำไมลูกหลานจึงรับคนแก่ที่อายุมากเกินเข้าไปอยู่ในเมือง เพราะไม่อย่างนั้นถ้าป่วยขึ้นมาจะทำอย่างไร
หมู่บ้านหนานฉวนก็เป็นแบบนี้เช่นกัน เดิมทีมีหมอเท้าเปล่าหนึ่งคน เป็นหมอแพทย์แผนจีน มีทักษะทางการแพทย์สูงมาก แต่หลังจากแก่ตัวลงก็ดูแลตัวเองไม่ได้ ลูกหลานจึงรับไปอยู่ในเมือง ในหมู่บ้านจึงเหลือแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่คอยกรอกประวัติและจัด