ใช้จ่ายไม่ไหว
ผู้ป่วยไม่มีความยุ่งยากเรื่องนี้ แต่นึกไม่ถึงว่าจะเจอปัญหาที่ยุ่งยากยิ่งกว่านั้น: คนในครอบครัวที่ไร้ความรู้!
เหยาจื้อเหวินพูดต่อ “เพราะการเป็นอัมพาตครึ่งซีกจะมีอาการอัมพาตก้านสมองส่วนท้ายตามมา ตอนนี้ผู้ป่วยดื่มน้ำกินอาหารก็ยังไอเลย ทั้งยังพูดไม่ได้ ความรู้สึกตัวต่ำ กลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่อยู่”
พอได้ฟังเหยาจื้อเหวินอธิบาย เฉินชางก็บอกทันทีว่า “ผู้ป่วยต้องใส่สายยางทางจมูก”
ตอนนี้ลูกสาวพูดขึ้นอีกว่า “ตอนนี้เขาเป็นแบบนี้แล้ว การสอดท่อเข้ากระเพาะอาหารจะทรมานขนาดไหนกัน! แล้วอีกอย่าง…เขาก็ดื่มน้ำเองได้ค่ะ”
เฉินชางถามต่อ “กลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่อยู่ ไม่ได้ใช้สายสวนอุจจาระเหรอครับ”
เหยาจื้อเหวินส่ายหน้า แล้วตอบด้วยความจนใจ “เปล่าค่ะ! ญาติผู้ป่วยไม่อนุญาต กลัวว่าผู้ป่วยจะไม่สบายตัว!”
ประโยคนี้ทำให้เฉินชางโมโหจนถลึงตา แทบจะด่าคนแล้ว!
คนในครอบครัวที่ดูเหมือนมีความรู้ แต่ทำไมทำตัวปัญญาอ่อนแบบนี้ล่ะ!
เฉินชางกลั้นความโกรธเอาไว้ เขาเงยหน้าบอกญาติผู้ป่วยว่า “ผู้ป่วยกลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้ ถ้าไม่ใส่สายสวน ก็อาจจะเกิดอาการปัสสาวะคั่งได้ครับ!”
หญิงชราส่ายหน้า “ฉันใส่ผ้าอ้อมให้เขาแล้ว ไม่กลัวหรอกค่ะ ใส่สายสวนปัสสาวะอะไรนั่นจะทรมานขนาดไหนกัน แค่ฉันเห็นก็ยังเจ็บแทนเลย…ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ ต่อให้เขาฟื้นขึ้นมาก็ไม่ยอมอยู่ดี”
นี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้ เฉินชางทำได้เพียงพาเหยาจื้อเหวินเดินออกไป
ตอนนี