ึกถึงสิ่งที่เฉินชางเพิ่งเรียนไป เถามี่ก็กังวลใจเช่นกัน
แต่ว่า…
พอเถามี่เห็นงานเย็บซ่อมแซมของเฉินชางก็อึ้งทันที แล้วถลึงตาถามซย่าเกาเฟิง “ล้อผมเล่นใช่ไหม”
ซย่าเกาเฟิงสับสน ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรเหมือนกัน…
ผมเพิ่งสอนเขาเมื่อวานซืนเองไม่ใช่เหรอ
นี่…นี่มันเรื่องอะไรกันแน่
เถามี่กำลังดูวิธีการเย็บซ่อมแซมของเฉินชาง อดหัวเราะและพูดหยอกซย่าเกาเฟิงไม่ได้ เขาเดาะลิ้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายหยอกล้อ คุณยังมีหน้ามาพูด
เสี่ยวเฉินทำได้ดีกว่าคุณอีก คุณบอกว่าคุณเป็นคนสอนเขา นี่คุณล้อผมเล่นหรือเปล่า
ซย่าเกาเฟิงก็ถลึงตากลับเช่นกัน รู้สึกเหลือเชื่อนิดหน่อย!
เพราะลักษณะการเย็บของเฉินชางกับของตัวเองไม่เหมือนกันเลย ไม่เหมือนกับของเถามี่ด้วย เป็นวิธีการเย็บที่คิดค้นขึ้นมาเอง
ก็เพราะแบบนี้ ซย่าเกาเฟิงถึงไม่มีอารมณ์มาเถียงกับเถามี่ แต่เริ่มดูการเย็บอย่างจริงจัง
สำหรับเขา นี่ไม่ต่างอะไรกับการเรียนรู้
การผ่าตัดผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า
พอถึงตอนเย็บซ่อมแซมผนังหลอดเลือดด้านหลัง เถามี่กับซย่าเกาเฟิงก็สบตากันแวบหนึ่ง เพราะจุดนี้ค่อนข้างยาก…
แต่เฉินชางเปลี่ยนวิธีการ เปลี่ยนตำแหน่งร่างกายของผู้ป่วยเล็กน้อย แล้วบอกจางเหวินฟู่ว่า “เอาคีมห้ามเลือดแบบไม่รุกล้ำออก แล้วยกคีมห้ามเลือดเบอร์สองขึ้นสามสิบองศา”
จางเหวินฟู่งงทันที ไม่ค่อยเข้าใจ
แต่เขาก็ยังทำตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เขาค้นพบอย่างประหลาดใจว่า การเย็บผนังหลอดเ