ย่วเลี่ยว!”
เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้พูดโกหก ถึงอย่างไรก็พูดสิ่งที่ควรพูดไปหมดแล้ว ทั้งยังพูดความจริงโดยไม่ได้แต่งเติมด้วย
ฉินเยว่พยักหน้าน้อยๆ อ้อ…อธิบายแบบนี้เหมือนจะชัดเจนแล้ว
แต่เธอก็หรี่ตาทันที “แล้วทำไมถึงเรียกฉันว่ายัยขี้ประจบฉินล่ะคะ”
เฉินชางมองสายตาคมกริบของยัยขี้ประจบฉิน ในดวงตาของเธอซ่อนกระบี่บินและดาบที่ตัดศีรษะเขาได้แม้อยู่ไกลพันลี้ เขาขาสั่นจนแทบคุกเข่าลงเสียตรงนั้น!
ท่านย่าครับผมผิดไปแล้ว
ฉินเยว่แสยะยิ้ม “ตอบสิ หาเหตุผลมาตอบให้ได้สิคะ!”
เฉินชางคิดอยู่นานมาก แต่คิดไม่ออกจริงๆ ผ่านไปนานกว่าจะพูดออกมาได้ “ยัยก็แปลว่าน่ารักไง เธอดูสิ ยัยหมิงน้อย ยัยแมวน้อย ยัยหมาน้อย…
…โอ๊ะ โอ๊ย ผมผิดไปแล้วครับท่านย่า โอ๊ย…อูยๆๆ…”
ถ้าไม่ใช่เพราะประตูห้องเวรเปิดอยู่ เฉินชางก็คงไม่รู้แล้วว่าท้องฟ้าของวันพรุ่งนี้จะสดใสหรือมีเมฆมาก…
เพียงแต่ว่า…หลังจากหลี่เป่าซานเข้ามาแล้วก็เดินวนรอบหนึ่งเหมือนไม่เห็น แล้วก็หันตัวเดินจากไป
ฉินเยว่หน้าแดงทันที เธอรีบลุกขึ้นแล้วบอกเฉินชางว่า “ฉันไม่พอใจฉายานี้!”
“แล้วจะเปลี่ยนเป็นอะไรดีล่ะ” เฉินชางรู้สึกไม่ยุติธรรม
ดวงตาฉินเยว่แฝงแววโกรธเคือง “คิดเอาเองสิ! พรุ่งนี้ฉันจะมาตรวจสอบ!”
พูดจบเธอก็เดินออกไปเลย
เฉินชางถอนหายใจ ผู้หญิงนะ…ผู้หญิง…
……
……
ยังเหลือเวลาอีกมาก เฉินชางไม่ได้ไปโรงพยาบาลตงต้าทันที แต่ไปซื้อนมวัวและของเล่นกองใหญ่ แล้วก็ไปที่ชั้นหกของแผนกศัลยกรรมก