ี้ จะพยายามไม่ถ่วงรั้งทุกท่านครับ!” ฉินเสี้ยวยวนกล่าวเหมือนสาบาน
ทังจินโปยิ้ม “ที่จริงผู้อำนวยการฉินไม่ต้องกดดันเกินไปก็ได้ครับ การสร้างห้องทำงานของแผนกไม่ใช่เรื่องที่ทำสำเร็จได้เพียงชั่วข้ามคืน ยังต้องให้ความสำคัญเรื่องอบรมบุคลากรด้วยครับ”
ฉางหงเหล่ยเห็นว่าทุกคนคุยกันตั้งนานแต่ไม่พูดถึงประเด็นสำคัญสักที จึงเริ่มทนไม่ไหว พูดตรงๆ เลยว่า “ทิศทางการวิจัยของพวกเราครั้งนี้ หลักๆ ก็คือวิจัยเรื่องการฟื้นฟูและกายภาพเส้นเอ็นของแผนกศัลยกรรมมือ หวังว่าจะสร้างคู่มือเฉพาะทางที่แพร่หลายในวงกว้างได้ค่ะ”
“ส่วนผู้นำหลักของโครงการนี่ก็คือ ทังจินโป หวังอวี้ซาน ฉัน กู้หงเหมย รวมทั้งเฉินชางค่ะ…
…พวกเราห้าคนคือผู้นำหลักและผู้รับผิดชอบโครงการครั้งนี้ค่ะ พวกเราทุกคนล้วนมีโรงพยาบาลที่กำหนดเป็นผู้สนับสนุนการวิจัยแล้ว เหลือแค่เฉินชางคนเดียว ตอนนี้เขายังไม่มีพื้นฐานที่แน่นพอสำหรับการวิจัยและวินิจฉัยโรค สิ่งที่พวกเราจะสื่อก็คือ หวังว่าโรงพยาบาลอันดับสองจะสร้างแผนกไว้สำหรับให้เฉินชางวิจัยและวินิจฉัยโรค!”
คำพูดประโยคเดียว ฟังดูไม่ค่อยไว้หน้านัก
แต่กลับเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น!
ทังจินโปเป็นหัวหน้าแผนกศัลยกรรมมือและผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่สังกัดตรงต่อมหาวิทยาลัยหนานทง หวังอวี้ซานเป็นหัวหน้าแผนกศัลยกรรมมือและรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลไห่ตูซื่อลิ่ว ฉางหงเหล่ยและกู้หงเหมยเป็นผู้รับผิดชอบแผนกศัลยกรรมมือของจีสุ่ยถาน
มีเพียงเ