สี่เหลี่ยมทองคำของผู้ป่วยก็คือหวังอวี้ซาน ทังจินโป ฉางหงเหล่ยและกู้หงเหมย
พวกเขาสบตากันแวบหนึ่งแล้วพยักหน้าให้กัน!
ในดวงตาเต็มไปด้วยความฮึกเหิม
หลังจากผ่านไปยี่สิบปี ครั้งแรกที่พบกันก็มาปรากฎตัวอยู่บนเตียงผ่าตัด เตรียมทำการผ่าตัดที่สำคัญอย่างนี้แล้ว
พวกเขาต่างก็รู้ว่านี่คือศึกหนัก และเป็นบททดสอบเช่นกัน
หวังอวี้ซานมองทังจินโปแวบหนึ่ง ในดวงตาเต็มไปด้วยปณิธานแห่งการต่อสู้ บางทีฉันควรจะทำให้นายเห็นสักหน่อยว่าหลายปีมานี้ฉันมีความก้าวหน้ายังไง!
ทังจินโปเองก็ยิ้มเรียบๆ หลายปีมานี้ฝีมือฉันก็ไม่ตกเหมือนกัน
ฉางหงเหล่ยกับกู้หงเหมยมองทั้งสอง พวกเธออดทอดถอนใจไม่ได้
สันดอนขุดง่าย สันดานแก้ยาก เมื่อพบกันอีกครั้ง สองคนนี้ก็เป็นอย่างนี้อีกแล้ว
ไม่มีใครยอมใคร!
แต่ก็เพราะจิตวิญญาณนี้ ถึงทำให้หวังอวี้ซานกลายเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลไห่ตูซื่อลิ่ว และอาจจะกลายเป็นนักวิชาการอีกสมัยด้วย
และทำให้ทังจินโปค้นคว้าวิธีการเย็บแบบทังและทฤษฎีการแบ่งเขตเส้นเอ็นยืดเหยียดของทังสำเร็จ กลายเป็นปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงทั้งในและนอกประเทศ
การผ่าตัดเคสนี้ เป็นการทดสอบสำหรับทั้งสี่คน!
หลังจากฉีดยาชาแล้ว หวังอวี้ซานก็ใช้มีดผ่าตัดกรีดเปิดกลางท้องแขนของผู้ป่วย…
กู้หงเหมยยืนอยู่ด้านข้าง คอยห้ามเลือดอย่างชำนาญ ฉางหงเหล่ยเริ่มโยกย้ายผิวหนัง เนื่องจากเนื้อเยื่อเหลือค่อนข้างน้อยหลังจากขาดเลือด มีความยืดหยุ่นต่ำ เยื่อผังผืดส่วนลึกและ