าง
ภายในเรือน เฉียนซินที่หิวจนหน้ามืดตาลายยังคงยกชามผักป่าชามนั้นขึ้นมากินอยู่ดี
“ท่านพ่อ ท่านให้นางออกไป มีอะไรจะพูดกับข้าใช่ไหม?” เฉียนซินถาม
เหล่าเฉียนตอบว่า “มีเรื่องจะพูดจริง ๆ คราวก่อนเจ้าบอกว่ายาของแม่เจ้าออกฤทธิ์ช้าไม่ใช่รึ? ข้าสงสัยว่าผ่านมาครึ่งค่อนเดือนแล้ว ทำไมยังไร้ข่าวคราวอยู่อีก?”
“หากท่านไม่พูด ข้าก็ลืมไปแล้ว” เฉียนซินหัวหมุนอยู่ทุกวัน กระทั่งวันที่เท่าไหร่ก็ลืมไปแล้ว แล้วจะจำเวลาได้อย่างไร
พอได้ยินบิดาเปรยถึงก็พบว่าเวลาผ่านมาค่อนข้างนานแล้ว มิน่าเล่าคนสนิทของเถ้าแก่ถังจึงบอกให้เขากลับบ้านมาดูสถานการณ์ ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้
เฉียนซินนึกถึงเงินเหล่านั้น จิตใจก็พลันร้อนวาบ “ท่านพ่อ ท่านแม่เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ไม่รู้ ทางนั้นยังไม่มาแจ้งข่าวมรณกรรม…”
“ท่านไม่ได้ให้คนไปดูทางนั้น?”
“ข้าจะให้ใครไปเล่า” เหล่าเฉียนกล่าวเป็นเชิงตำหนิ “ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านเฉียนเฉวียนล้วนไม่พอใจข้าเพราะข้าไปปลดแม่เจ้า แห่กันมาอยู่ได้ทุกวัน ทำเสียราวกับว่าข้าไปขวางทางรวยของพวกเขาอย่างนั้น”
เขาด่าต่อไปว่า “มารดามันเถอะ พวกเขาไม่มีชะตาจะมั่งมีเอง ยังจะมาโทษข้า?”
“ไม่เอาน่า ท่านพ่อ ท่านอยู่ที่หมู่บ้านมาหลายปีขนาดนี้ ไม่สนิทกับใครสักคนเลยหรือ?” เฉียนซินประหลาดใจ “ท่านพ่อ ท่านจะใช้ชีวิตมาเสียเปล่าเกินไปแล้วกระมัง?”
“ถุย! พวกนั้นไม่เข้าตาข้า ข้าเลยไม่อยากไปมาหาสู่กับคนพวกนั้นต่างหาก…” เหล่าซินไม่ยอมรับห