ีกฝ่ายโต้แย้งได้แบบไฟลุกจริงๆ!
ถกอะไรก็เถียงคำไม่ตกฟาก!
นี่ก็เป็นสาเหตุว่าทำไมนักกวีในสมัยโบราณของประเทศจีนชอบพกสุราและกระบี่ ก็เพื่อปลุกความกล้าหาญในตัวเอง เพื่อข่มกันและกัน ทำให้อีกฝ่ายใจเย็นลงหน่อย
เมื่อเห็นการถกเถียงยิ่งดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ พยาบาลก็เข้ามาบอกว่า “คุณหมอเฉิน คนไข้มาแล้วค่ะ อีกสักครู่จะผ่าตัดเลยไหมคะ”
เฉินชางได้ยินก็ตอบทันที “ไปเดี๋ยวนี้เลยครับ”
ทังจินโปขวางทันที “ศาสตราจารย์เฉิน คุณรู้เกี่ยวกับวิธีการเย็บเส้นเอ็นแบบทังได้ไม่ครอบคลุมมากพอ เดี๋ยวผมเย็บเอง แล้วคุณคอยชี้แนะ!”
ตอนนี้ทั้งสองต่างก็รู้ว่าทุกข์เที่ยงกันไปก็ไม่ได้ข้อสรุป ต้องลงมือปฏิบัติจริง!
เฉินชางพยักหน้า “เชิญครับศาสตราจารย์ทัง”
ทังจินโปพยักหน้าและกล่าวขอบคุณ
ไม่ว่าจะพูดคุยอะไรกัน ไม่ว่าจะโต้เถียงอะไรกัน พวกเขาก็พูดเกี่ยวกับเรื่องวิชาการเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับคน
ทั้งสองต่างก็เข้าใจชัดเจน
หลี่อวี่กับเจียงเทาที่อยู่ข้างหลังสบตากันปราดหนึ่งแล้วรีบเดินตามไป
ตอนนี้เจียงเทารู้สึกเลื่อมใสศาสตราจารย์ทังอีกครั้ง รู้เช่นกันว่าตัวเองจัดเป็นรุ่นไหน ถ้าสู้กันขึ้นมาจริงๆ ตัวเองจะต้องชกหลี่อวี่ก่อนแน่!
ใช่แล้ว ไม่ผิดหรอก!
แต่จะปล่อยให้หลี่อวี่รู้ถึงความคิดของเขาไม่ได้
หลี่อวี่ก้าวเท้าดึงระยะห่างออกจากเจียงเทาอย่างแนบเนียน
เขารู้ว่าการผ่าตัดเคสนี้เป็นการประลองฝีมือของทั้งสองคน
ในห้องผ่าตัด เฉินชางพูดแนะนำกับคนไข้ว่า