ข่งเจียฮุยเข้าพักรักษาตัวเรียบร้อยแล้ว พอกำชับอะไรนิดหน่อยก็ลงมาจากตึก
ฉินเสี้ยวยวนพาต้วนเสวียเจินที่ประหม่าและกังวลเล็กน้อยมาทางฝั่งห้องผ่าตัด ต้วนเสวียเจินเองก็เห็นข่งเสียงหมินชัดเจนแล้วเช่นกัน เขารีบเข้าไปต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีครับผู้อำนวยการ! ลูกชายคุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม” ต้วนเสวียเจินรีบทักทาย
ข่งเสียงหมินพยักหน้าจับมือเขา “ขอบคุณหัวหน้าแผนกต้วนที่เป็นห่วง โชคดีที่ผู้อำนวยการฉินกับหมอเฉินช่วยไว้ ยังดีที่ไม่เป็นอะไร นี่คุณมาทำงานเหรอครับ”
“มาคุยกับผู้อำนวยการฉินนิดหน่อยครับ” ต้วนเสวียเจินตอบ
ข่งเสียงหมินทำท่าครุ่นคิด แต่ไม่ได้ถามละเอียด
ต้วนเสวียเจินไม่ได้อยู่ต่อ มาทักทายเสร็จแล้วก็เดินออกไป
ส่วนพวกข่งเสียงหมินก็เดินไปทางร้านอาหารเช่นกัน
ผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาที ปรากฏว่าต้วนเสวียเจินยังไม่ไปไหนไกล แต่กลับมาอีกทีพร้อมของบำรุงสุขภาพและผลไม้จำนวนหนึ่ง หอบไปที่แผนกศัลยกรรมกระดูก
เขาคิดในใจว่า ครั้งนี้ไม่ได้มาเสียเที่ยวจริงๆ!
มนุษย์กับมนุษย์ก็เป็นอย่างนี้ เมื่อมอบกุหลาบให้คนอื่น กลิ่นหอมของกุหลาบก็ติดมือเรา ต้องช่วยเหลือกันและกันถึงจะเติบโตได้
ทีแรกต้วนเสวียเจินแค่รู้สึกว่าฉินเสี้ยวยวนกับตัวเองถือเป็นผู้อำนวยการแก่ๆ คนหนึ่งเหมือนกัน สื่อสารพูดคุยกันก็ถือเป็นการช่วยเหลือกัน
นึกไม่ถึงว่าจะได้รู้จักกับผู้อำนวยการข่งเพราะเรื่องนี้
คิดแล้วก็สะท้อนใจ!
……
……
ร้านอาหารไม่ได้หรูหรา แต่ก็ไม่เ