ก็จะดีขึ้นด้วย!
ดังนั้นตอนที่เห็นบาดแผล เฉินชางก็โล่งอกแล้ว จากนั้นก็บอกถานจงหลินว่า “เอาภาพถ่ายเอกซเรย์มาให้ผมทีครับ”
ถานจงหลินพยักหน้าซ้ำๆ นำภาพถ่ายเอกซเรย์ที่เตรียมไว้แล้วส่งให้เฉินชางทันที ขั้นตอนนี้เขาทำได้คล่องมากเหมือนเป็นผู้ช่วยมาจนชินแล้ว!
สิ่งนี้ทำให้หัวหน้าแผนกโดยรอบประหลาดใจขึ้นมาทันที
หมอเฉินคนนี้เป็นเทพมาจากไหนกันแน่
ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แล้ว…ทำไมหัวหน้าแผนกถานนับถือเขาขนาดนี้
หลังจากนั้นสามนาที ในหัวของเฉินชางก็เข้าใจอาการของผู้ป่วยค่อนข้างครบถ้วนแล้ว เขามองทีมแพทย์พร้อมบอกว่า “เตรียมผ่าตัด!”
หลังจากทุกคนได้ยินประโยคนี้ ก็เผยสีหน้าฮึกเหิมทันที อยากจะลงสนามแล้ว!
โอกาสแบบนี้พบเจอได้แต่ไม่อาจไขว่คว้า เพราะสุดท้ายก็ยังต้องดูว่าศัลยแพทย์หลักจะเลือกอย่างไร
เฉินชางเพียงหมุนตัวมามองคนที่อยู่รอบๆ แล้วชะงักไปครู่หนึ่ง แม้จะเป็นหัวหน้าแผนกทั้งหมด แต่เฉินชางก็ไม่คุ้ยเคย ไม่สู้ไม่ต้องใช้งานพวกเขาเลยดีกว่า
เขาจึงเรียกชื่ออย่างรวดเร็วฉับไว “หัวหน้าแผนกถาน หัวหน้าแผนกอัน แล้วก็…คุณ”
เฉินชางชี้ฮั่วกว๋อชิ่งที่กำลังถือมือที่ขาดพร้อมบอกว่า “พวกเรามาผ่าตัดด้วยกันเถอะครับ”
ฮั่วกว๋อชิ่งเลิกคิ้วทันที เขาอดใจรอไม่ไหวตั้งนานแล้ว รีบเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มเพื่อล้างมือเตรียมผ่าตัด
ส่วนอันเยี่ยนจวินก็ยิ้มบางๆ สงสัย ‘ผู้อำนวยการเฉินจะยังไม่ลืมศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจอย่างฉัน
ส่วนหัวหน้